การปฏิบัติพระกรรมฐาน 
|
| ผู้ถาม |
ทางที่ทำให้ดับทุกข์นั้น
จะต้องเป็นทางสมถะทางเดียวใช่ไหมคะ......?
|
| หลวงพ่อ |
ดับทุกข์ไปได้หลายทางหนู
ถ้าดับทุกข์ถาวร คือทำกรรมฐานทางเดียว ถ้าดับทุกข์ชั่วคราว
เชือดคอตายก็ดับทุกข์ แล้วไปทุกข์ใหม่ ใช่ไหม........? |
| ผู้ถาม |
"กรรมฐานคืออะไรคะ.......? |
| หลวงพ่อ |
กรรมฐานมันรวม
๒ อย่าง คือ สมถกรรมฐาน กับ วิปัสสนากรรมฐาน ตัวที่ทำให้เกิดอารมณ์จิตไม่ฟุ้งซ่าน
ทำให้สมาธิทรงตัวเขาเรียกว่า "สมถกรรมฐาน" ตัวที่ใช้ปัญญารู้เท่าทันสภาวะตามความเป็นจริง
ไม่หลงสภาวะของโลก นี่เป็น วิปัสสนากรรมฐาน สองอย่างนี้เราเรียกว่า
กรรมฐาน เข้าใจหรือยัง........? |
| ผู้ถาม |
เข้าใจแล้วค่ะ
แต่ว่ามีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เมื่ออาทิตย์ก่อนหนุไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง
เขาบอกว่า คนที่หัดภาวนาอย่าหลับตา ถ้าหลับตาแล้วจะหลับไปเลย
ให้ลืมตาแล้วพยายามดึงสายตาเข้ามาเรื่อย ๆ จนใกล้ ๆ ปลายจมูกแล้วให้เพ่งอยู่อย่างนั้น
วันหนึ่งหนูก็ลองทำดู ภาวนาว่า พุทโธ ๆ ๆ แล้วพยายามดึงสายตาเข้ามาเรื่อย
ๆ จนรู้สึกว่าไม่ได้ภาวนา ทีแรกหนุก็เห็นภาพลาง ๆ เหมือนคนนั่งแบบหนู
นั่งหันหน้ามาทางหนู หนูตกใจรีบลุกขึ้นทันที อย่างนี้เป็นการหลอนหรือคิดไปเองคะ...? |
| หลวงพ่อ |
แล้วคิดไปเองหรือเปล่าล่ะ.....? |
| ผู้ถาม |
ไม่ได้คิดค่ะ |
| หลวงพ่อ |
อ้าว.......ไม่ได้คิด
แต่ถามว่าคิดไปเองหรือเปล่า |
| ผู้ถาม |
คือหนูมองเพลินไป
คิดว่ามันคิดไปเองค่ะ.... |
| หลวงพ่อ |
ไม่ใช่หรอก
มันเป็นของจริง เราไม่ได้คิดไว้ก่อนนี่ ตอนนั้นก็ต้องถือว่า
จิตเข้าถึงอุปจารสมาธิ จึงเป็นภาพขึ้นได้ ถ้าจิตต่ำกว่าอุปจารสมาธิก็ดี
หรือสุงกว่าอุปจารสมาธิก็ดี มันไม่เห็น |
| ผู้ถาม |
แล้วทำไมเหมือนกับเราไม่มีจิต
ไม่มีอะไรทั้งสิ้นเลยคะ.....? |
| หลวงพ่อ |
ก็บอกแล้วว่าระหว่างนั้นจิตเข้าสู่อุปจารสมาธิอยู่
จิตเราบังเอิญเข้าจังหวะพอดี ตามธรรมดาเรามีสมาธิอยู่แล้วทุกคน
ไม่ใช่ว่าไม่มี ถ้าเราเกิดมาไม่มีสมาธิมันพูดกันไม่รู้เรื่องหรอก
ใช่ไหม.... คิดว่าจะกินข้าวดีไม่ดีไปเข้าส้วม นี่ไม่มีสมาธิ
สมาธิคือการตั้งใจ ตั้งใจว่าจะทำอะไรนี่เป็นสมาธิ |
| ผู้ถาม |
แสดงว่าเรามีสมาธิจึงจะเห็นใช่ไหมคะ...? |
| หลวงพ่อ |
แต่ต้องพอดีนะ
สมาธิมันมีหลายอย่างนะ มี ขณิกสมาธิ คือสมาธิเล็กน้อย อุปจารสมาธิ
ก็หมายถึง สมาธิใกล้เฉียดฌานและอัปนาสมาธิ ก็หมายถึง ฌาน ฌาน
แบ่งออกเป็น ๔ ขั้น ฌาน ๑,๒,๓,๔ แต่จุดที่เราจะเห็นจริง ๆ
คืออุปจารสมาธิจุดนี้จุดเดียว |
| ผู้ถาม |
หลวงพ่อคะ
ถ้าขณะภาวนา หลับตาได้ไหมคะ......? |
| หลวงพ่อ |
หลับตาหรือลืมตาก็ใช้ได้หมด
ถ้าเราไม่นึกถึงตาไม่นึกถึงยาย ก็ลืมทั้งตาทั้งยาย ใช่ไหม.....ลืมตาหรือหลับตาไม่มีความหมายหรอกหนู.....การเจริญพระกรรมฐานมิใช่หลับตาเสมอไป
ถ้าเราลืมตามองเห็นอย่างอื่นมันฟุ้งซ่านก็หลับตาเสีย ถ้าหลับตาแล้วจิตมันซ่านเกินไปก็ลืมตา
เวลานั่ง นั่งหน้าพระพุทธรูป เวลาหลับตาภาวนาแล้วฟุ้งซ่าน
ให้ลืมตามองดุพระพุทธรูป ถ้าจิตเรานึกว่าพระพุทธรูป นี่เป็น
พุทธานุสตติกรรมฐาน ถ้าคิดว่าพระพุทธรูปนี่มีสีเหลืองก็เป็น
ปิตกสิณ เลยได้ ๒ อย่างควบใช่ไหม......คือว่าการเจริญพระกรรมฐานเราฝึกที่ใจไม่ใช่ฝึกที่ตา
สมาธิมันอยู่ที่ใจใช่ไหมล่ะ..... |
| ผู้ถาม |
หนูอ่านเจอะในหนังสืออีกเล่มหนึ่ง
เขียนว่าการนั่งสมาธิจะต้องมีความพร้อม คือพร้อมทั้งตัวเองและสภาวะแวดล้อมด้วย
อย่างเช่นต้องการความสงบสภาพแวดล้อมก็ต้องสงบด้วย และตัวเราเองต้องสงบด้วย
สงบทั้งข้างในและข้างนอก |
| หลวงพ่อ |
ไม่ต้องอธิบายหรอกหนู
เป็นอรหันต์แล้ว หลวงพ่อยอมแล้ว แหม.......ตำรามันแน่จริง
ๆ อ่านจบทำได้ตามนั้นก็ไม่ต้องไปฝึกแล้ว |
| ผู้ถาม |
ทำไม่ได้หรือคะ........? |
| หลวงพ่อ |
ทำได้ยังไง
เขายกช้างมาให้แบก สงบนอกสงบใน หมายความว่าเป็นอรหันต์แล้ว |
| ผู้ถาม |
แล้วเวลานั่งสมาธิ
จิตจะสบายขึ้นใช่ไหมคะ.....? |
| หลวงพ่อ |
ก็สุดแล้วแต่เรา
เวลานั้นเราทรงอารมณ์ดีหรือไม่ดี ถ้าดีก็สบายขึ้น ถ้าไม่ดีก็กลุ้มขึ้น |
| ผู้ถาม |
หนูเคยนั่งที่บ้าน
พอนั่งภาวนาไปครู่หนึ่ง รู้สึกมันเครียดค่ะ |
| หลวงพ่อ |
นั่นทำไม่ถูก
หนู |
| ผู้ถาม |
ไม่ถูกยังไงคะ.....? |
| หลวงพ่อ |
ก็ทำเหนื่อย |
| ผู้ถาม |
แล้วจะทำยังไงคะ...? |
| หลวงพ่อ |
ถ้าเครียดเกินไปเราตั้งอารมณ์เสียใหม่
หายใจยาว ๆ ๒-๓ ครั้ง ก็หายเครียด แล้วเริ่มภาวนาใหม่ |