***จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
ฉบับพิเศษ เล่ม ๒


ปัญหาของผู้เริ่มฝึกใหม่ๆ

ผู้ถาม บางคนเขาก็มาปรารภว่า มาครั้งแรกทำไมจึงฝึกไม่ได้...?
หลวงพ่อ

พวกที่ไม่ได้มันยัง ตั้งอารมณ์ไม่ถูก เขามีสิทธิ์ได้มาถึงปุ๊บเดียวจะให้มันได้ ความเข้าใจมันยังไม่ดี
ที่เรียกว่ายังไม่เข้าใจ บางคนก็ใช้ตาดูบ้าง บางคนก็ใช้ฌานหนักเกินไป มันก็ไม่ถูกจุด สูงเกินไปนิด ต่ำเกินไปนิด ก็ไม่ได้ ต้องพอดี ๆ คือว่า ตอนจับทีแรกมันต้งออยู่แค่อารมณ์อุปจารสมาธิ เพราะอันนี้เป็นวิชชาสาม พอจับภาพได้

ปุ๊บ บังเกิดความมั่นใจ จิตเป็นฌาน

ผู้ถาม ดิฉันก็เหมือนกันค่ะ เวลามีครูมาสอบถาม ว่าเห็นอะไรบ้างหรือยัง ก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลย ตอบก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่เห็นอะไร ไม่เจออะไร ไม่ทราบว่าจะทำยังไงดี
หลวงพ่อ

อันนี้มันเป็นอย่างนี้โยม มันเป็นอารมณ์ที่ไม่ชินนะ ทีนี้ที่เห็นนั้นเราไม่ใช้ตา มันเป็นกำลังของทิพจักขุญาณ ทิพจักขุยาณเบื้องต้นมันมัวเต็มที แล้วเราก็เห็นว่าเราจะต้องเห็นทางตา คำว่า ทิพจักขุญาณ แปลว่า มีความรู้คล้ายตาทิพย ์มันเกิดเฉพาะความรู้สึก ไม่ใช่ลูกตาเห็น นั่นมันเป้นอันดับก่อนที่จะก้าวขึ้น ถ้าตอนนี้เราจับอารมณ์นั้นได้ เมื่อเราจับได้แล้วครูเขาสนับสนุนโดยการพิจารณาตัดขันธ์ ๕ บ้างนึกถึงบารมีของพระพุทธเจ้าบ้าง และทำความรู้สึกเข้าหากพระจุฬามณี ตอนนี้จิตมันจะเริ่มเป็นฌาน ความรู้สึกที่ว่าเห็นมันจะมีความใสขึ้น ดีขึ้น ยิ่งกว่าเดิมหน่อยหนึ่ง หรือบางคนก็ดีมาก
ทีนี้ถ้หากว่าความรู้สึกว่าเห็น ที่เราเรียกว่า ทิพจักขุญาณ จะดีมากดีน้อยขนาดไหน มันขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ ของจิตในเวลานั้น ถ้าในเวลานั้นความรู้สึกของจิตมันล้างกิเลสไปได้มากเทียบเท่ากับพระสกิทาคามี หรือพระอนาคามี เฉพาะในเวลานั้นนะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเสียจริง ๆ เลยนะ คือเวลานั้นจิตมันสะอาดเทียบเท่ากับพระสกิทาคามีหรือพระอนาคามี ความรู้สึกที่เห็นมันชัดมาก การเคลื่อนไหวเร็วมาก"