***จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
ฉบับพิเศษ เล่ม ๔


คนปลุกพระ

ผู้ถาม มีคนเขาฝากมาให้ถามว่า ทำไมคน “ปลุกพระ” จึงต้องมีอาการดิ้นกระแด่ว ๆ ครับ ?
หลวงพ่อ

เดี๋ยว..ถามก่อน ปลุกพระหนุ่มหรือพระแก่.?

ผู้ถาม ไม่ใช่อย่างนั้นหลวงพ่อ พระที่ห้อยคอน่ะ..?
หลวงพ่อ

อ๋อ….ไม่บอกว่าพระอะไร

ผู้ถาม ทำไมถึงมีอาการสั่นต่าง ๆ นานาครับ ..?
หลวงพ่อ เป็นเรื่องสมาธิของเขาน่ะ สมาธิในตอนนั้นเขาไม่ถึง อุเพงคาปีติ ก็สั่นพั่บ ๆ แล้วมีอาการต่างเวลาปีติมันจะสั่นมาก แล้วบางคนก็ไม่รู้ คนสั่นไม่ใช่พระสั่น อ้อ .. พระอยู่ในมือพลอยสั่นไปด้วยนะ (หัวเราะ)
ผู้ถาม อย่างนี้แสดงว่าเกี่ยวกับตัวตน ไม่ใช่เกี่ยวกับองค์พระ ใช่ไหมครับ?
หลวงพ่อ ก็ต้องตัวคน คือกำลังของพระท่านทำแรงขนาดไหน มันก็เหมือนกัน บางทีเขาปลุกลูกเสือ ถ้าเขาเสกไว้ในด้านนั้น เขาแสดงอาการคล้ายเสือก็มี แต่ปลุกลูกหมานี่ไม่เคยเห็น
ผู้ถาม (หัวเราะ) ตอนเป็นนักเรียนเคยปลุกที โอ..ไปเลิกเอาตี ๒ เหนื่อยแทบแย่ แต่เขาบอกว่าปลุกพระนี่ดีนะถ้าไม่ปลุกเขาว่าไม่มีฤทธิ์ไม่มีเดช
หลวงพ่อ อ้าว..ไม่ปลุกท่านก็นอนหลับเรื่อยซิ ไปว่าอะไรท่านได้ล่ะ เอาพระมาป้องกันตัว เลี้ยงข้าวท่านก็โกรธ เตะชัก
ผู้ถาม พระที่ห้อยคอนะ หลวงพ่อ
หลวงพ่อ ไม่รู้ล่ะ ไม่เลี้ยงข้าวไม่มีแรงตีกับเขาน่ะซิ นอนหลับข้าวไม่ได้กิน ต้องเลี้ยงข้าวท่าน เอ๊ะ!เมื่อกี้ถามว่ายังไงนะ?
ผู้ถาม คือเขาบอกว่าพระเครื่องรางของขลัง ถ้าไม่ปลุกไม่มีผล จริงไหมครับ. ?
หลวงพ่อ อย่างนี้แสดงว่าใจไม่มั่นคงจริง คือว่าไม่ได้ถวายความเคารพจริง คำว่า “ปลุก” ก็คือ “อาราธนา” นี่เองใช่ไหม..ถ้าเขาไม่อาราธนาแสดงว่าจิตไม่ยอมรับ ถ้าเขาทำมาด้วยจิตก็ต้องรับด้วยจิต ถ้าสักแต่ว่าคล้องก็มีผลน้อยหน่อย
ผู้ถาม เวลาจะอาราธนานี่ส่วนมากคนโบราณเขาแนะนำว่ายังไงครับ.?
หลวงพ่อ เอ..ฉันก็เกิดไม่ทันโบราณ ไอ้ตอนที่เกิดสมัยโบราณก็ลืมหมดแล้ว แต่หลวงพ่อปานท่านใช้แบบนี้นะ
“อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ นี้เถิด”

จำได้ไหม..ได้คาถาปลุกพระ แล้วต่อไปนี้ก็จะให้ “คาถาปลุกคน

ผู้ถาม มีอีกหรือครับ .?
หลวงพ่อ "อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ" “ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม” "ถ้าประมาทไม่ปลุกเมื่อไร ตายเมื่อนั้น.."