โมทนาทุกดวงจิต ถึงซึ่ง แดนพระนิพพาน

Home กลับหน้าหลัก สมัครสมาชิก แก้ไขข้อมูลสมาชิก ดูสมาชิกทั้งหมด ลืมรหัสผ่าน Admin Login

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม : วิธีคิดแบบรวบรัดเพื่อตัดตรงไปพระนิพพานได้ง่ายที่สุด
“เจ้าจงใคร่ครวญอย่างนี้ จงคิดว่าเราเป็นผู้ไม่มีอะไรเลย ทรัพย์สินไม่มี ญาติ เพื่อน ลูก หลาน เหลนไม่มี แม้ร่างกายเราก็ไม่มี เพราะทุกอย่างที่กล่าวมามีสภาพพังหมด เราจะทำกิจที่ต้องทำตามหน้าที่ เมื่อสิ้นภาระคือร่างการพังแล้ว เราจะไปนิพพาน เมื่อความป่วยไข้ปรากฏจงดีใจว่าวาระที่เราจะมีโอกาสเข้าสู่พระนิพพานมาถึงแล้ว เราสิ้นทุกข์แล้ว คิดไว้อย่างนี้ทุกวัน จิตจะชิน จะเห็นเหตุผล เมื่อจะตายอารมณ์จะสบายแล้วก็จะเข้านิพพานได้ทัน”
คำสอนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม
“ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องไปอบายภูมิ มีนรกเป็นต้นเป็นของไม่ยาก
๑. ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตายอาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอๆ
๒. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยะสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้ (ด้วยความจริงใจ)
๓. มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ และ
๔. เป็นกรณีพิเศษปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหมในชาติต่อไปทุกท่านเห็นพระนิพพานแล้วตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะเท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้นและไปพระนิพพานได้ในที่สุด”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“จงเตือนตน แล้วทำตนให้พ้นทุกข์ทน ที่ตนมี จงทำดีเท่าที่ตนพึงทำได้ จะช่วยให้สมหทัยที่หมายปอง โลกก็เป็นเช่นนี้แล อย่าไปแย่กับมัน ที่ผันผวน อย่าตรึงตรวนใส่ไว้ที่ใจเรา อย่านั่งเศร้าทุกข์ทน เพราะมันเลย อยู่เฉยๆ แล้วทำใจให้ไร้ขยะ จึงจะผละความวุ่นวายจากใจได้ หนทางในพระนิพพานไม่ห่างไกล อยู่ด้วยใจที่เป็นสุข ว่างทุกข์เอย”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“พระธรรมย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ตถาคตผู้เป็นต้นตำรับก็ยังเคารพสักการะในพระธรรม พระธรรมแม้จักตกอยู่ในมือคนชั่ว ก็ยังเป็นพระธรรม ธรรมที่เที่ยงแท้ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ใครผู้ใดเล่าที่ยังบังอาจบิดเบือนพระธรรมนี้ได้นั้นไม่มี ขอพวกเจ้าจงเป็นผู้รู้แจ้งแทงตลอดในธรรมเถิด”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม

“รักษาศีลอย่างเดียวยังไม่พอ ถ้าจะให้จิตดีขึ้น-บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น จะต้องรักษากรรมบถ ๑๐ ร่วมไปด้วย”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ใครจักกรุณาไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ตัวของเจ้าเอง ต้องหมั่นกรุณาตัวของเจ้าเอง จงรู้เอาไว้เถิดว่า คราวใดที่เจ้ายังอารมณ์จิตให้เร่าร้อนไปด้วย ไฟโมหะ โทสะ ราคะนั้น เจ้าได้สิ้นความกรุณาแก่ตัวเจ้าเอง”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“เมื่อเมตตา กรุณาตนเองแล้ว ทำให้ได้ตามประการนี้ จิตก็จักเป็นสุข สร้างมุทิตา อุเบกขาให้เกิดแก่จิต-แก่ตนเอง เมื่อเกิดแล้วก็จักวางทุกข์-วางสุข ที่เกิดขึ้นมากระทบจิตได้อย่างสมบูรณ์ ธรรมอัพยากฤตเกิดขึ้นได้ก็ที่ตรงนี้”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม

“หากรู้จักความสงบและไม่สงบแห่งอายตนะภายในแล้ว เท่ากับรู้เกิด-รู้ดับแห่งกิเลส-ตัณหาอย่างแท้จริง”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“วางใจเถิด ทำจิตให้สบาย มองเห็นทุกข์ เห็นโทษ มองเห็นวาระกฎของกรรมให้แจ่มแจ้ง จักไม่เก็บทุกข์ เก็บสุขของใคร นำมาไว้ในจิตอีก โลกนี้ทั้งโลกล้วนตกอยู่ภายใต้กฎของกรรมทั้งสิ้น โลกุตระชนก็ไม่เว้น ถ้าหากยังมีขันธ์ ๕ ให้มันเล่นงานได้ ยกเว้นตัดขันธ์ ๕ ทิ้งขันธ์ ๕ ยังดวงจิต ให้อยู่ยังดินแดนอมตะนิพพานอย่างแท้จริงแล้วนั่นแหละจึงจักหลบเลี่ยงหนีพ้นกฎของกรรมที่มันตามทวง”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“พวกเจ้าใช้ความเพียรในการเกิดมาแล้ว นับกัปไม่ถ้วน เพลานี้ในชาติเดียว เวลาอันเหลืออยู่น้อยนิด จงหมั่นใช้ความเพียรในการดับเถิด นิพพานัง ปรมัง สุขัง รอพวกเจ้าอยู่ในความเพียรนั้นแล้ว”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ก่อนขึ้นมา ถ้าหากมีเรื่องราวใดๆมากระทบจิต ก็ให้กำหนดจิตวางเรื่องราวทั้งหลายเหล่านั้นลงก่อน แล้วกำหนดจิตจับอานาปาแล้วกำหนดจิตจับภาพพระ จักเป็นพระองค์ไหนก็ได้ จักเป็นตถาคตหรือ สมเด็จองค์ปัจจุบันองค์หนึ่งองค์ใดก็ได้ เมื่อเห็นภาพและกราบแล้ว จักต้องการพบท่านผู้ใด อันเป็นเหตุที่จักต้องสนทนาปัญหาให้คลี่คลาย ก็ทำได้โดยฉับพลัน ขออย่างเดียวอย่าพกเอาอารมณ์ของกิเลสขึ้นมาบนพระนิพพาน”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ฟุ้งซ่านนักก็ให้นึกถึงมรณานุสติ ว่า เรากำลังจักตายอยู่ในปัจจุบันนี้แล้ว หากปล่อยจิตให้เศร้าหมอง ว่างจากความดีแล้วไซร้ มรรคผลนิพพานจักไม่ได้อะไรเลย ตกตายตอนนี้มีแต่จักตกเป็นเหยื่อของอบายภูมิ”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“กฎของกรรม หลีกเลี่ยงกันไม่พ้นหรอก แต่พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ทำให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ แต่ก็ไม่ควรจักประมาท เป็นที่รู้อยู่ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ตถาคตสรุปลงไว้แค่ จงอย่าประมาท เท่านั้น”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“การต่อสู้เพื่อจรรโลงงานประกาศพระศาสนา เป็นการเอากายเข้าเสี่ยง การต่อสู้เพื่อมรรคผลนิพพาน เป็นการเอาจิตเข้าแลก เพราะฉะนั้น เผลอเมื่อไหร่ ประการแรกกายจักตาย ประการหลัง ถ้าเผลอจิตก็พลาดจากมรรคผลนิพพาน”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“สังขารุเบกขาญาณเป็นธรรมเบื้องสูงของผู้ถึงจุดสุดยอดแห่งมรรคผลนิพพาน ขอให้พวกเจ้าหมั่นซ้อมหมั่นปฏิบัติเข้าไว้ วางอุเบกขาให้ถูกลักษณะของมัชฌิมาปฏิปทา โดยอาศัยศีลเป็นพื้นฐานที่ตั้งของสมาธิและปัญญา ตัวสังขารุเบกขาญาณก็จักเกิดขึ้นได้ไม่ยาก หมั่นอัตนา โจทยัตตานัง สอบจิต-สอบกาย-สอบวาจาเข้าไว้ว่า คิดเช่นนี้ ทำเช่นนี้ พูดเช่นนี้ มันผิดหรือถูกในหลักธรรมที่ตถาคตได้สั่งสอนมา พิจารณาให้มากๆ ถ้าผิดก็จงอย่าทำเป็นอันขาด ถ้าถูกก็จงรีบทำด้วยความมั่นใจ ขยัน-พากเพียรเข้าไว้ มรรคผลที่ได้จากการกระทำของตนเองนั้น เป็นของแท้ ดีกว่าฟังคนอื่นพูดหรือเล่าว่า เขาทำเช่นนั้นได้ผลเช่นนี้”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ขอให้สนใจในธรรมปฏิบัติให้มากๆ รู้อารมณ์จิตให้จงหนัก รู้ได้ละได้ที่ตนเอง อย่าไปเที่ยวละอารมณ์จิตของผู้อื่น ไม่มีประโยชน์ ให้ละอารมณ์จิตที่มีกิเลสของตนๆ ให้ได้เสียก่อน ใช้พระกรรมฐานบังคับกาย-วาจา-ใจ ให้อยู่ในโอวาทธรรมให้ได้เสียก่อน อย่าเพิ่งไปสอนผู้อื่น สอนตัวเองเข้าไว้แล้ว ยังไม่รู้จักจำ จักเที่ยวไปสอนผู้อื่นให้รู้จักจำได้อย่างไร”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“หมั่นขอขมาพระรัตนตรัยไว้มากๆนะ การที่มีจิตสงสัยในธรรม ก็เป็นการปรามาสพระรัตนตรัย การปรามาสของพวกเจ้านี้ มิใช่แต่เพียงชาตินี้ ชาติก่อนๆมาก็ปรามาสเช่นกัน จิตจึงมีความดื้อ แสวงหาโลกุตรธรรมได้ยากกว่าคนอื่น มีมานะกิเลสสูง มีความปรารถนาจะตรัสรู้ด้วยตนเองมาก่อน แนวทางกรรมที่ก่อเอาไว้ด้วยตนเอง จึงมาขวางมรรค ขวางผล ที่จักมาต้องการในชาติปัจจุบัน เพราะฉะนั้น จงหมั่นขึ้นมากราบขอขมาพระรัตนตรัยให้เป็นประจำ”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ถ้าหากขาดเมตตากรุณาตนเอง และจงอย่าปรามาสพระรัตนตรัยแม้แต่มโนกรรม เพราะการทำเช่นนั้น คือการปิดกั้นมรรคผลนิพพานไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“เมื่อมีอารมณ์สงสัยในธรรม หรืออยากจักตำหนิธรรม ก็ให้หมั่นรีบระงับเสียก่อน โดยใช้ยาขนานใหญ่ คือ อานาปานัสสติเข้าระงับ แล้วใช้มรณานัสสติเข้าตัด บอกแก่จิตตนเองว่า เจ้ากำลังจักล้มตายในไม่กี่วินาทีนี้แล้ว จักมัวแต่สงสัยในธรรมหรือตำหนิธรรมจักมีประโยชน์อันใด คนที่ปรามาสพระรัตนตรัยนั้น ตายแล้วลงนรกทุกรายนะ ห้ามปรามมันไว้ก่อนที่อารมณ์นั้นจักลุกลามออกไปทางกายและวาจา ต้องอาศัยสติ-สัมปชัญญะให้รู้ทันอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน คิดไปตำหนิธรรมหรือปรามาสคุณพระรัตนตรัย อย่าปราณีปราศรัยอารมณ์นี้เป็นอันขาด เพราะเป็นอารมณ์อันตรายอย่างยิ่ง ทำกันให้ได้นะ ถ้าทำไม่ได้พวกเจ้าก็เอาดีกันไม่ได้”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“อย่าพูดมากไร้สาระ ต้องพูดมากอย่างมีสาระ อย่าไปจับสิ่งที่ไม่เป็นสาระ แล้วนำเอามาเป็นเครื่องวุ่นวายแก่ตัว มีเชือกก็ให้ใช้งาน อย่าเอามาเล่นจนเชือกพันตัว ไอ้ความกลัวโน่นกลัวนี่ อย่าไปกลัวเกินกว่าเหตุ เหตุมีมาจึงค่อยสู้ จำไว้นะ ถ้ามากเรื่องก็มากความ อย่าเอามาห่วง มองข้างหน้าคือสิ่งที่ต้องทำ มองข้างหลังคือสิ่งที่เป็นครู พวกผู้ใหญ่จงตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของเธอให้ดี พวกเด็กก็จงหมั่นเล่าเรียน อย่าขี้เกียจมากจะได้จบมารับ ใช้สนองคุณบิดามารดา ชาติ พระศาสนา เวลาน่ะมันไม่คอยท่าใครหรอก”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“ความศรัทธาของคน ย่อมเกิดเฉพาะผู้ที่มั่นในความดีและหมั่นทำความดี ศรัทธาของคนจะยั่งยืนอยู่ได้นาน เพราะมีเหตุผลของเขามั่นคงอยู่ในจิต พึงระลึกถึงแต่ความดี อย่าคิดตาม เชื่อตามบุคคลที่ไม่ได้ประสบเช่นตัวเรา สิ่งที่คนอื่นให้นั้นอาจเป็นขนมหรือยาพิษก็ได้ ขึ้นชื่อว่าคนเข้ามาในธรรมแล้ว ถึงแม้ว่ารู้มาก อ่านมาก ศึกษามากก็ตาม แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ การปฏิบัติมาก อย่าให้ขึ้นชื่อว่าเข้ามาทางธรรมแล้วไม่ถึงธรรม”

“ความศรัทธาอีกนั่นแหละ ที่ชักจูงให้ใครเลื่อมใสอะไรโดยคำบอกเล่าเฉยๆไม่ได้ ในศาสนาพุทธนั้นถือความจริง ถือเหตุผล เป็นประการสำคัญว่าสิ่งใดเป็นของแท้แน่นอน สิ่งใดหลอกลวง สิ่งใดเป็นสิ่งพิสูจน์ได้-ไม่ได้เพียงใด”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“อยู่ในโลกทำกิจกรรมของโลก เล่นละครของโลก แต่เราจะไม่ให้เป็นจริงตามที่โลกกำกับ เชื่อสิ ผู้กำกับนั้นต้องเชื่อและเล่นให้ได้แต่อย่าให้มันเป็นจริง ให้มันอยู่แค่ตัวสำคัญคือตัว ”รู้” อยู่เพียงแค่รู้ เขาด่าเราอย่าไปโกรธเขา เรารู้ นิ่งเสีย ทิ้งเสีย นึกว่ากรรมของสัตว์ หรือ ถ้าเขาด่าเราด้วยความจริงก็ต้องรับ “รับ” มีหลายอย่าง ไม่ใช่ต้องยิ้มแล้วเอ่ยปากว่า “จริงจ้ะ” นิ่งแล้วคิดใช้ปัญญาให้มากๆแล้วใช้สมาธิข่มจิต ใช้ศีลข่มกิริยา”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“การพ้นทุกข์เข้าสู่พระนิพพานนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย สำหรับคนที่เพียรทำ เพียรระงับใจ ฝึกใจ จะว่ายากก็ยาก เพราะคนนั้นไม่เพียรทำ ไม่เพียรฝึกใจ เพียรแต่จะเผลอ เพียรแต่จะให้ ท่านองค์นั้นองค์นี้มาชมบ้างมาทำนายบ้าง ถ้าไม่เพียรทำก็ไปไม่พ้น เร่งเข้านะ เวลาของทุกคนกำหนดไม่ได้ บางคนมีอายุ ๑๐๐ บางคนมีอายุ ๔๐ บ้าง ๓๐ บ้าง ไม่แน่ อย่านอนในกรรมฐานให้บ่อย เวลานอนมีมากแล้ว อดทน อยากได้ต้องอดทน ผล ฉันรับรองว่าคุ้มค่า”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“การปฏิบัติธรรมนั้น นั่ง ยืน เดิน หรือนอน อิริยาบถไหนก็ได้ แม้แต่ถ่ายทุกข์ เราจะพิจารณาไปก็ได้ว่า นี่นะ ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องมานั่งปวด ฯลฯ ได้ทั้งนั้น สำคัญที่ใจ ทำใจให้เป็นอิสระ ไม่เกาะกาย ไม่เกาะสิ่งประกอบกาย เช่นว่า รวมถึงวัตถุ วัสดุต่างๆ”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“พวกเธอฝึกมโนมยิทธิกันได้แล้วก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ นำคำที่ได้สอนผู้อื่นขึ้นดูตัวเอง ไม่ใช่ว่าสอนคนอื่นได้แล้วคิดว่าตนดีแล้ว ธรรมะที่ฟังอยู่ตลอดเวลานั้น ขอให้ใส่ใจปฏิบัติกันจริงๆ “การปฏิบัติ” ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องนั่งหลับตาเสมอไป ใช้ปัญญาพิจารณายอมรับนับถือสภาพความเป็นจริงของร่างกาย ยอมรับ แล้วจะต้องรู้จักบังคับจิตใจไม่ให้ยึดเกาะในร่างกาย มิใช่แต่ร่างกายอย่างเดียว รวมถึงธาตุวัตถุ สมมติ สมบัติทั้งปวง พิจารณารู้แล้ว จงบังคับใจให้มั่นคง พร้อมที่จะต่อสู้กับตนเอง สันดานของคนนั้น ออกจะดื้ออยู่ มักถือว่าตนดี แต่หารู้ไม่ว่า “ดี” ที่ตนถืออยู่นั้นดีประการใด พระธรรมที่เธอได้สดับรับฟังอยู่ตลอดนั้น อย่าอนุโลมใจตนเองมากเกินไป เมื่อใจยังดื้อ กิเลส ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง จะตามมาเป็นลำดับ จะรู้ได้จากจิตสู่การกระทำของตัวเธอเองว่า ตัวเธอนั้นยอมรับสภาพโดยการฟังหรือยอมรับความจริงตามใจปฏิบัติได้จริง บางอย่างพระท่านก็สอนสั่งไป เตือนไป ห้ามไป ว่าสิ่งนี้ควรละเว้น สิ่งนั้นไม่ควรกระทำ พระท่านมีหน้าที่ชี้ทางบอก แต่จะปฏิบัติตามหรือไม่อยู่ที่ตัวของเธอ ความดีที่ได้ก็คือตัวเธอ ความสุขที่ได้ก็คือตัวเธอ ดังนี้ ยังต้องให้ว่ากล่าวเพื่อล้างสักกายทิฐิ ความดื้อรั้นเป็นสิ่งทำลายตัวเธอเอง การผัดผ่อนเป็นสิ่งหลอกตัวเธอเอง เวลาย่อมเดินไปตามหน้าที่ของเวลาจะช้าไม่ทันการหรือทันการเป็นส่วนของผู้ปฏิบัติ อย่าทำลายตัวเองโดยเห็นใจตัวเธอเอง ถ้ายังเห็นใจตัวเธอเองอยู่ จงรู้ว่าเธอจะเห็นตัวเธออีกในภพหน้า”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“คนเราจะทำอะไรต้องมีสมาธิเป็นเบื้องต้น สมาธิจะบอกเราให้เกิดปัญญาว่าอะไรควรทำ อะไรควรละวาง สมาธิจะระงับอารมณ์ร้อน อารมณ์ร้อนของโทสะ อารมณ์ร้อนของโมหะ อารมณ์ร้อนของโลภะ สามอารมณ์แจ้งชัดแค่ไหนรู้ไหม?
อารมณ์โลภะ คืออารมณ์ที่ไม่รู้จักพอ
อารมณ์โทสะ คืออารมณ์โกรธเพราะอคติ
อารมณ์โมหะ คืออารมณ์หลง หลงว่าเราถูก เรารู้ เราเก่ง

“เรารู้” ตัวนี้จะทำให้หู ตา ปัญญา มืด เหล่านี้ต้องควบคุมด้วยสมาธิ สมาธิก่อให้มีสติ เมื่อสติเกิดแล้วจะมีปัญญา ปัญญาจะคอยควบคุมให้เราสุขุมเหมือนอยู่ในที่สูง มองเห็นเบื้องล่างชัดเจน เท่านี้ ประโยชน์ของสมาธินั้นมหาศาลมาก สมาธิเกิดได้ทุกอิริยาบถและตลอดเวลา”

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
“พระพุทธ เอาไว้ที่ใจ
พระธรรม เอามาเป็นปัญญา
พระสงฆ์ เอามาเป็นครู


ระลึกไว้เป็นนิตย์ก็จะดี ใจเราอยากจะตามรอยพระบรมครู จงนำสติมาเป็นสมาธิ เอาธรรมขององค์บรมครูมาเป็นปัญญา หาทางรู้ที่สว่างกระจ่างแจ้ง เห็นจริงในธรรมทั้งปวง เอาพระสงฆ์มาเป็นองค์ขัดใจ ใช้ชี้แจงข้อติดขัด เหมือนกับว่าขัดดวงตาเราที่ยังมืดเสียให้กระจ่าง
ทุกคนมุ่งแต่จะไปพระนิพพานนั้น รู้หรือยังว่าไปทำไม เป็นอย่างไร มีทุกข์ สุขแค่ไหน รู้ทางก็รู้อย่างอ่านก.กา แต่ไม่แตกฉานโดยการปฏิบัติ เหมือนเด็กที่อยากโต อยากอยู่มหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ทำอะไรเลย คอยแต่ฝัน แต่อยากเท่านั้น

ทำการปฏิบัติและฝึกฝนทดสอบมากๆก็จะแตกฉานเอง ถึงไม่เก่งไม่ฉลาดก็ย่อมดีขึ้นด้วยความชำนาญ จึงจะเข้าถึงธรรมะได้ ต้องเข้าใจในทุกข์เสียก่อน มองเห็นทุกข์แล้วจึงจะหนีทุกข์ได้ตามความประสงค์

ทำไปเถอะ ไม่หนีความสามารถของเราได้ เพราะเราเป็นคนสร้าง “เรา” เมื่อสร้างได้เราก็หนี ”เรา” ได้ ถ้าตัวเองไม่พยายามทำใจให้มั่นคงแล้ว จะแนะอะไรกันได้ เราเป็นผู้รู้ รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับเรา แต่ทำไมชอบเป็นทาสตัวเองอยู่เสมอ

อันพุทธบริษัทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระสมณโคดมบรมอาจารย์นั้น เธอเป็นผู้ที่ได้พบแสงสว่างจากธรรมของท่าน นับว่าเธอทั้งหลาย เป็นผู้ที่มีกิเลสน้อยในบรรดาสัตว์โลกทั้งปวงในยุคกึ่งพุทธกาล นัยว่ามีของที่มีค่ามหาศาล เอนกอนันตการอยู่มากในชีวิตของคนที่จะพึงหา ขอให้ใช้ของนี้ คือ ใช้แสงแห่งธรรมนี้ให้ถูก ถ้ารู้แล้วขาดการปฏิบัติ ของนั้นก็เสมอด้วยของที่ไร้ค่า”
กระดานข่าวแดนนิพพาน : เสวนาธรรม ข่าวบอกบุญ บทความพระอริยะ ท่องเที่ยวทำบุญ ตามรอยพระพุทธบาท


  เชิญ...บูชารูปเหมือนลอยองค์หลวงพ่อพระราชพรมยาน วัดเขาแร่ รุ่น๑ เพื่อ...
 mingmung
 Posted : 2006-01-16 16:53:28
ขอเชิญลูกหลานพระคุณหลวงพ่อพระราชพรมยานทุกท่านร่วมบูชารูปเหมือนลอยองค์รุ่น ๑ ของวัดเขาแร่ อ.ทุ่งเสี่ยม จ.สุโขทัย เพื่อรวมปัจจัยสร้างถาวรวัตถุภายในวัดให้มีความมั่นคงสืบทอดพระศาสนาสืบต่อไป


รูปเหมือนลอยองค์พระราชพรมยาน(พระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) รุ่น๑ เนื้อชนวนโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ (ใต้ฐานบรรจุผ้าอาสนะที่พระคุณหลวงพ่อนั่งที่พระธาตุจอมกิตติ เมื่อปี ๒๕๑๗)

วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อเป็นสังฆานุสติกรรมฐาน และบูชาพระคุณองค์หลวงพ่อ อันหาประมาณมิได้
๒.เพื่อสมทบทุนสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาภายในวัดเขาแร่ จ.สุโขทัย
จำนวนการสร้าง ๑,๐๐๐ องค์

เททองหล่อองค์ โดยผสมแผ่นยันต์ซึ่งได้รับเมตตาจากพระสุปฏิปันโนจารอักขระยันต์ ดังนี้

แผ่นยันต์จาก
๑.หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
๒.หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่
๓.หลวงปู่ดาบส สุมโน อาศรมเวฬุวัน จ.เชียงราย
๔.หลวงปู่บุญเพ็ง พุทธธัมโม วัดเทิงเสาหิน จ.เชียงราย
๕หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
๖.หลวงปู่หลวง กตปุญโญ วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง
๗.หลวงปู่กอง จันทวังโส วัดสระมณฑล จ.พระนครศรีอยุธยา
๘.หลวงปู่ทิม อัตตสันโต วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา
๙.พระอาจารย์ทูล ขิปปัญโญ วัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี
๑๐.หลวงปู่พรหมา เขมจาโร วัดสวนหินผานางคอย จ.อุลราชธานี
๑๑.หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าประทีปปุญญาราม จ.สกลนคร
๑๒.หลวงพ่อคำบ่อ วัดใหม่บ้านตาล จ.สกลนคร
๑๓.หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก วัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น
๑๔.หลวงปู่มหาโส กัสสโป วัดป่าคำแคนเหนือ จ.ขอนแก่น
๑๕.หลวงพ่อสุรเสียง วัดป่าเลิงจาน จ.มหาสารคาม
๑๖.หลวงปู่พูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม
๑๗.หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม จ.นครปฐม
๑๘.หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ วัดตะเคียน จ.นนทบุรี
๑๙.หลวงปู่สวัสดิ์ วัดบึงบวรสถิตย์ จ.ชลบุรี
๒๐.หลวงปู่จ้อย วัดหนองน้ำเขียว จ.ชลบุรี
๒๑.หลวงปู่โทน วัดเขาน้อยคีรีวัน จ.ชลบุรี
๒๒.หลวงพ่อบุญส่ง อุปสโม วัดทรงเมตตาวนาราม จ.ชลบุรี
๒๓.หลวงพ่อพูนทรัพย์ วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี
๒๔.หลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่
๒๕.หลวงปู่เหรียญ วลาโภ วัดอรัญบรรพต จ.หนองคาย
๒๖.หลวงปุ่หลุย วัดราชโยธา(ลาดบัวขาว) กรุงเทพ
๒๗.ท่านพระครูปลัดอนันต์ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
๒๘.ท่านพระสมุห์โอ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
๒๙.ท่านพระอาจินต์ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
๓๐.หลวงพ่อบุญรัตน์ กันตจาโร วัดโขงขาว จ.เขียงใหม่
๓๑.หลวงตาวัชรชัย(พระครูภาวนาพิลาศ) วัดเขาวง จ.สระบุรี
๓๒.พระอาจารย์องอาจ อาภากโร วัดศรีเอี่ยม กรุงเทพ
๓๓.หลวงปู่อุ้น วัดตาลกง จ.เพชรบุรี
๓๔.หลวงพ่อชำนาญ อุตมปัญโญ วัดบางกุฏีทอง จ.ปทุมธานี
๓๕.หลวงปู่พูน วัดบ้านแพน จ.พระนครศรีอยุธยา
๓๖.หลวงปู่โถม กัลยาโณ วัดธรรมปัญญาราม จ.สุโขทัย

รายการชนวนโลหะต่างๆมีดังนี้
๑.วัตถุมงคลต่างๆของพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำรุ่นเก่ามีทั้งชำรุด สึกและไม่ชำรุด เช่น
-เหรียญสามัคคีมีสุข-xxxผู้ชนะ
-เหรียญขวัญถุงคู่มหาลาภ
-เหรียญของขวัญวันเกิด
-เหรียญผูกพัทธสีมา หลวงปู่ปาน
-เหรียญมหาลาภ-เอกราช
-เหรียญเอกราชรุ่น ๓
-เหรียญสุปฏิปันโน
-เหรียญท้าวเวชสุวรรณ
-เหรียญร.๙
-แหนบเงิน-ทอง
-เรือนแหวนจักรพรรดิ์
-ชนวนดาบฟ้าฟื้นปี ๒๐,มีดหมอชาตรี(เล็ก)ปี๓๕,แผ่นดวงมหายันต์เกราะเพชร
๒.ชนวนแท่งทองเหลืองที่พระคุณหลวงพ่อปลุกเสกก่อนมรณภาพ(ได้รับจากท่านอาจารย์ชลอ วัดศาลพันท้าย)
๓เหรียญของพระสุปฏิปันโนที่เป็นสหธรรมมิกกับพระคุณหลวงพ่อฯดังนี้
-เหรียญขวัญถุง หลวงปู่ครูบาบุญชุ่ม วัดวังมุย
-เหรียญขวัญถุง หลวงปู่ครูบาคำแสนเล็ก วัดดอนมูล
-เหรียญเสมารุ่นแรก หลวงปู่ครูบาคำแสนใหญ่ วัดสวนดอก
-เหรียญหลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง
เหรียญชุบเงินครุบาบุญทืม พรหมเสโณ
-เหรียญหลวงปู่ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า
-เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่บุดดา ถาวโร
-เหรียญหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศ์
-เหรียญทูลเกล้า หลวงปู่ครูบาธรรมชัย
๔.เหรียญพระชัยหลังช้าง ภปร.,สก.
๕.เหรียญสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ฟื้น ชุตินธโร) วัดสามพระยา
๖.เหรียญสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุวรรณาราม
๗.รูปหล่อท่านแม่เจ้าจามเทวี วัดพระธาตุห้าดวง(หลวงปู่ครุบาวงศ์ เสก)
๘.เหรียญนารายณ์ทรงครุฑ วัดเขาวง
๙.เหรียญมหามงคลนาม ดวงดี ชอบ มี เครื่อง แหวน เพชร เงิน สด คำพัน คำแสน ทองมา เวียร กองโต รวย คูณ บุญ พูล เพิ่ม อยู่ ศุข เกษม มั่น คง ดี ดังนี้
-หลวงปู่ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี
-หลวงปู่ชอบ วัดโคกมน จ.เลย
-เหรียญมหาเศรษฐีย้อนยุค หลวงปู่มี วัดมารวิชัย
-หลวงปู่เครื่อง วัดเทพสิงขร จ.อุบล
-หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลายรุ่น
-หลวงปู่เพชร วชิโร เกาะพงัน สุราษฎร์
-หลวงปู่เพชร วัดเวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์
-เหรียญจัมโบ้ปี ๒๕๐๐ หลวงปู่เงิน วัดดอนยายหอม
-เหรียญลาภผลพูลทวี หลวงปู่สด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
-เหรียญมหาปราถนา หลวงปู่คำพัน วัดธาตุมหาชัย
-เหรียญรูปไข่ หลวงปู่คำแสน วัดดอนมูล
-เหรียญมหาลาภ หลวงปู่ทองมา วัดสว่างท่าสี จ.ร้อยเอ็ด
-เหรียญรุ่น ๓ หลวงปู่วิเวียร วัดดวงแข กทม
-หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล อยุธยา
-เหรียญสมเด็จพระพุฒาจาร์(โต พรหมรังษี) วัดระฆัง-วัดอิน-วัดเกศไชโย
-เหรียญมหาลาภ หลวงปู่รวย วัดตะโก
-เหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หลายรุ่น
-เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญ วัดโฉลกหลำ เกาะพงัน
-เหรียญกลมนวโลหะ ๘ ทิศ หลวงปู่พูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม
-เหรียญครบรอบ ๙๐ ปี หลวงปู่เพิ่ม ปุญญาวาสโนวัดกลางบางแก้ว
-เหรียญข้ามหลานตัดรุ่นแรก หลวงปู่าทองอยู่ วัดบางเสร่ จ.ชลบุรี
-เหรียญกลมรุ่นแรก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
-หลวงปู่เกษม เขมโก หลายรุ่น
-หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดธรรมมงคล พิธีใหญ่สายพระป่า
-หลวงปู่คง วัดตะคร้อ
-เหรียญปลอดภัย หลวงปู่ดี วัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี
๑๐.เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่คำคะนิง วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ปี ๑๗(สหธรรมิกหลวงปู่ปาน)
๑๑.ก้านชนวนรูปหล่อ หลวงปู่เงิน วัดบางคลาย รุ่น ฟ้าคำรณ
๑๒.ขันโลหะสัมฤทธิ์โบราณ ขุดได้ที่ศรีสัชนาลัย
๑๓.ตะปูสังฆวานรพระธาตุนครศรีธรรมราช
๑๔.ตะปูตอกหลักบายศรีบรวงสรวง
๑๕.ตะปูตอกโลงศพพระอริยะเจ้าเช่นหลวงปู่กอง วัดสระมณฑล,หลวงปู่ลี วัดเหวลึก
๑๖.เหรียญหล่อจากชนวนขี้เหล็กไหล หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง
๑๗.ชนวนเหล็กไหลและธาตุกายสิทธิ์หลายประการของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
๑๘.โลหะขวานฟ้าของหลวงปู่ครูบาชัยวงศ์ และหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
๑๙.เหรียญ ๑ อัฐ สมัน ร.๕
๒๐.เหรียญรัชกาลที่ ๙ ทรงพนวช,เหรียญครบ ๔ รอบ
๒๑.ทองชนวนจากกองทุนคุณพระฯลฯ
(รวมเหรียญพระเกจิคณาจารย์ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและวิมุติและเหรียญพระสุปฏิปันโนหลายรูปทั่วประเทศ นับพันเหรียญ)

มวลสารที่อุดฐานรูปหล่อองค์หลวงพ่อ
๑.ผงพุทธคุณและผง๖กษัตริย์ ของพระเดชพระคุณ หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค(ปลุกเสกสมัยทรงชีวิตอยู่)
๒.ผงพุทธคุณจากพระเครื่องปี ๒๔๗๕ ของหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก
๓.มวลสารพระเครื่องรุ่นเก่าทุกรุ่น ทุกแบบ ที่พระคุณหลวงพ่อปลุกเสกไว้ (ได้คัดเฉพาะองค์ที่ชำรุด) เช่น ผงพระคำข้าวรุ่น ๑,รุ่น๒,รุ่นปืนแตก,พระหางหมาก,พระปิดตามหาลาภองค์ใหญ่,พระนางพญา,พระรอดดำว่าน ๑๐๘,พระทุ่งเศรษฐี(๑๐๐ป.)
๔.ยันต์เกราะเพชร,ยันต์มหาพิชัยสงคราม (รุ่นติดธงชาติ),ยันต์ธงเขียวท่านปู่พระอินทร์,ยันต์ธงแดงท้าวมหาชมภู,ยันต์ม่วงกรมหลวงชุมพรฯ,ด้าย ๗ สี,เชือกแดง,สายสิญจน์รุ่นเก่า
๕.ลูกประคำ และองค์แก้วมณีรัตนะ
๖.ผงดินสอพองที่พระคุณ หลวงพ่อปลุกเสกพร้อมกับพระทุ่งเศรษฐีตลอดไตรมาสปี ๒๕๑๘
๗.เส้นเกศา (รับจาก โยมย่านนทา อนันตวงษ์…หลวงพ่อปลงเกศาให้ที่กุฏิริมน้ำแพปลา),จีวร,อังสะ,ชานหมาก,หางพลู,ยานัตถุ์,แป้งเจิม และน้ำสรงองค์แก้วจักรพรรดิของพระคุณหลวงพ่อ
๘.ข้าวตอก ดอกมะลิ เทียนในพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร (๑๓ ส.ค. ๒๖) และเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกของพระคุณหลวงพ่อหลายพิธี
๙.หวายและสายสิญจน์ที่คล้องลูกนิมิตในพระอุโบสถวัดท่าซุงปี ๑๘
๑๐.น้ำมันชาตรี (หัวเชื้อพิเศษ),น้ำมนต์ชาตรีรุ่นเก่า,น้ำมันสังคโลก,น้ำมันมนต์ หลวงปู่ทวด
๑๑.จีวรและสายสิญจน์เมื่อครั้ง หลวงปู่ครูบาบุญชุ่มวัดวังมุย เข้านิโรธสมาบัติ
๑๒.ผงสำเร็จและจีวรท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพสิรินทร์
๑๓.จีวรและชานหมาก หลวงปู่สี ฉันทสิริ วัดเขาถ้ำบุนนาค
๑๔.ผงพุทธคุณ ข้าวบิณฑบาตรจากเทวดา ฝักส้มป่อยเสก ลูกประคำ ผงตะไบตระกรุด และจีวร หลวงปู่ครูบาธรรมชัย วัดทุ่หลวง
๑๕.พระธาตุข้าวบิณฑ์ และผงพระธาตุ ๕๐๐ อรหันต์และสายสิญจน์สืบชะตาของหลวงปู่ครูบาชัยวงศ์
๑๖.ชานหมากหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดอรัญวิเวก เชียงใหม่
๑๗.ผงดอกไม้ยอดบายศรีในทุกพิธีที่พระคุณหลวง หลวงพ่อบวงสรวง,ดอกมะลิสรงน้ำพระศพหลวงพ่อ
(รับจากหลวงตาวัชรชัย วัดเขาวง)
๑๘.ผงดินกรุกรุงสุโขทัย ๗๐๐ ปี และผงยาพระร่วง
๑๙.หลังคาเชิงชายพระวิหารเก่า และผงพระกรุสมัยกรุงศรีอยุธยา
๒๐.ผงพุทธคุณ ผงเมตตาผงใบลานเก่า ผงสมเด็จญาณวิลาศ ผงพระร่วงรางปืน ชานหมากของหลวงปู่แดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี (ปลุกเสก๒ปี)
๒๑.ประคำจักรพรรดิ์ หลวงพ่ออุตตมะ
๒๒.ผงตะไบตะกรุด หลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก,ครูบาชุ่ม วัดวังมุย,หลวงปู่แก้ว วัดดอยโมคลลาน์
๒๓.แป้งเสกของ หลวงปู่บุดดา,หลวงปู่หงส์,หลวงปู่สมชาย วัดเขาสุกิม,หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง,หลวงปู่หลวงปู่สุภา
หลวงปู่บุญเพ็ง วัดป่าวิเวกธรรม,หลวงปู่ครูบาดวงดี,หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
๒๔.ผงพระธาตุพระอริยะเจ้าหลายรูป
๒๕.ผงบังลังก์พระมหาจักรพรรดิ์ วัดหน้าพระเมรุ
๒๖.ผงพระ ๒๕ พุทธศตวรรษ,ผงพระวัดปราสาทบุญญาวาสปี๐๖(หลวงปู่จงร่วมพิธีปลุกเสก)
๒๗.ผงยาวาสนาจินดามณี หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว
๒๘.ดอกไม้ เถ้าธูป ทองคำเปลวที่บูชาพระพุทธรูป-รูปเหมือนพระสุปฏิปันโนสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากพระอุโบสถ พระวิหาร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
๒๙.ผงแร่เหล็กน้ำพี้ และดินก้นบ่อพระแสง-บ่อพระขรรค์ จ.อุตรดิตถ์
๓๐.ผงรัตนจักร ชัยสิทธิ์ และน้ำยาอุทัยของหลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน
๓๑.ผงไตรรัตนจักรฯ
๓๒.ผงวิเศษ ๕ ประการคือ ผงพุทธคุณ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช และผงตรีนิสิงเห
๓๓.ผงมหาลาภใหญ่ ผงอริยะทรัพย์ และผงเถ้าธนบัตรเงินล้าน(จากธนาคารชาติ)
๓๔.ผงพระธาตุพระสิวลีและดินกุฏิพระสิวลี
๓๕.ผงเมตตาหลวง รับจากหลวงพ่อครูบาบุญรัตน์ วัดโขงขาว
๓๖.ดินกุฏิพระมหาโมคคัลลาน์ อินเดีย
๓๗.สวยสิญจน์พิธีสืบชะตาของหลวงปู่ครูบาผัด วัดหัวฝาย จ.สุโขทัย
๓๘.ชานหมากของพระสุปฏิปันโนทั่วประเทศไทยหลายรูป
๓๙.น้ำพระพุทธมนต์ ๕๐๐ บ่อได้แก่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีต่างๆจากวัดและสถานที่สำคัญ,จากหลวงปู่ครูบาอาจารย์,จากพระอริยะเจ้าผู้ทรงคุณแ ละจากพิธีมหาพุทธาภิเษก กว่า ๕๐๐ แห่งทั่วประเทศ

*หมายเหตุ พระรูปหล่อลอยองค์พระราชพรมยานได้ผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษกจากครูบาอาจารย์อริยะเจ้าผู้ทรงคุณหลายรูป




คุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุด กำจัดทุกข์ได้จริง กำจัดภัยได้จริง


ทุกท่านสามารถร่วมบูชารูปเหมือนลอยองค์หลวงพ่อพระราชพรมยาน ด้วยการถวายปัจจัย ๑,๐๐๐ บาท
ผ่านบัญชี พระปรินทร์ ธัมมสรโณ
ธ.กรุงเทพ สาขาทุ่งเสลี่ยม บัญชีออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 4600306262

เมื่อท่านโอนปัจจัยผ่านบัญชีแล้วกรุณาโพสผ่านที่กระทู้นี้แล้วทางวัดจึงจะส่งรูปเหมือนลอยองค์พระคุณหลวงพ่อให้ท่าน

(ค่าจัดส่งลงทะเบียนท่านละ ๔๐บาท)


มิ่งเมือง
โทร.๐๖ ๓๔๓-๗๒๔๔
iaee@hotmail.com


****ลักษณรูปเหมือนลอยองค์คือสูงจากฐานถึงพระเกศา ๑ นิ้ว หน้าตัก กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร
ฐานกว้าง ๒ เซนติเมตร รอบฐานเขียนว่า พระราชพรมยานหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดเขาแร่ จ.สุโขทัย พร้อมใต้ฐานบรรจุอาสนะของพระคุณหลวงพ่อที่ทำพิธี ณ.พระตุจอมกิตติ****

 
  IP : ซ่อน
ชื่อสมาชิก mingmung Mail to mingmung
แสดงความคิดเห็น

   maham
 Posted : 2006-05-17 11:23:57   IP : ซ่อน
Administrator

 หน้าใหม่ไร้วรยุทธ์
 
 Post : 0
 สมาชิกลำดับที่ :
ขอจองบูชารูปเหมือนลอยองค์หลวงพ่อพระราชพรมยาน ด้วยค่ะ
จะโอนเงินเข้าบัญชี พระปรินทร์ ธัมมสรโณ (ภายในสิ้นเดือนพค.นี้น่ะค่ะไม่ทราบว่ายังพอมีเหลือบ้างหรือเปล่า)


 
 Comment : 1
ชื่อสมาชิก maham Mail to maham
กลับขึ้นด้านบน

 rotjana
 Posted : 2006-06-24 22:06:56   IP : ซ่อน
บุชารูปเหมือนหลวงพ่อ

ที่อยู่ ปณศ. อ่อนนุช 10250 จำนงค์ สุขีโรจน์ DB3


 
 Comment : 2
Mail to rotjana
กลับขึ้นด้านบน

 rotjana
 Posted : 2006-07-01 15:38:08   IP : ซ่อน
คราวที่แล้วแทรกสำเนาโอนเงินไม่เข้า เลยลองอีกที
จาก จำนงค์ สุขีโรจน์


 
 Comment : 3
Mail to rotjana
กลับขึ้นด้านบน

 rotjana
 Posted : 2006-07-01 16:00:56   IP : ซ่อน
ครั้งที่แล้วใส่อีเมล์ผิด เดี๋ยวเปลี่ยนให้ใหม่ ถ้าได้รับแล้วโอนแล้วช่วยตอบกลับด้วย ที่อีเมล์ใหม่นี้ จาก จำนงค์

 
 Comment : 4
Mail to rotjana
กลับขึ้นด้านบน

1

You are Visitor 3077413 | Use Online 18