คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า

คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า

อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ
อิเมนา พุทธะตัง โสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ

คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า
เป็นอันว่าวันนี้ขอย้อนต้นนิดหนึ่ง ท่านบอกว่าในสมัยหนึ่ง มีคนเขามาหาท่านแล้วเขา
ส่งหนังสือมาให้ เวลานั้นเป็นเวลาค่ำ ท่านบอกว่าค่ำๆ อย่างนี้อ่านหนังสือไม่ออก จะ
ต้องจุดไฟ แล้วก็ใช้กระแสไฟอ่าน พอตกเวลากลางคืนก็ปรากฏว่าเวลาที่เจริญพระ
กรรมฐาน ก็ใช้กำลังของอภิญญายกจิตโดยใช้ "มโนมยิทธิ" ไม่ใช่ใช้อภิญญาใหญ่
ขึ้นไปนมัสการองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาที่จุฬามณีเจดียสถาน พอไปถึงก็
กราบองค์สมเด็จพระพิชิตมาร พอเงยหน้าขึ้นท่านก็บอกว่า

"ตามธรรมดาพระนี่ ถึงแม้ว่าไม่มีแสงไฟก็ควรจะอ่านหนังสือออก"

ตามบันทึกของท่านก็ถามว่า "ทำอย่างไรจึงจะอ่านออกพระพุทธเจ้าข้า"

ท่านบอกว่า "ทิพจักขุญาณของเธอมีแล้ว แต่อาศัยที่เป็นผู้ปรารถนาพุทธภูมิเดิม
ทิพจักขุญาณจึงไม่แจ่มใสเหมือนพระอริยเจ้า ฉะนั้นเพื่อจะให้ความแจ่มใสเกิด
ขึ้นเห็นภาพชัด ควรปฏิบัติแบบนี้ ควรใช้คาถานี้ไปภาวนาจนเป็นฌานสมาบัติ"

เรื่องฌานนี่มันเรื่องเล็ก ท่านบอกว่าจะคว้าอะไรขึ้นมา มันก็เป็นฌานทันทีเพราะมี
การ คล่องอยู่แล้ว คาถาก็เห็นเป็น "มงกุฏพระพุทธเจ้า" ท่านบอกว่าอย่างนี้

อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ
อิเมนา พุทธะตัง โสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ

ท่านกล่าวว่า "คาถานี้ถ้าไปเรียนและภาวนาทำให้เป็นฌาน นิมิตต่างๆ จะมีอาการ
แจ่มใส คนที่ตาไม่ดีก็อ่านหนังสือออกได้ หรือว่าเวลามืดๆ ก็สามารถจะมองเห็น
หนังสือได้ และมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามความประสงค์ ถ้าใช้คาถานี้เป็นฌาน"
ท่านว่าอย่างนั้น

เป็นอันว่าท่านย้ำมาว่าไอ้ที่มืดๆ มันก็อ่านหนังสือออก และท่านบอกว่าท่านก็มาทำ
มาทำมันก็ไม่นานใช้เวลาเพียงครู่เดียว จิตก็เข้าถึงฌาน ๔ ทรงฌาน ๔ สบายๆ
ก็เลยว่ากันถึงฌาน ๘ ถึงฌาน ๘ ก็หลบลงมาฌาน ๔ ในรูปฌาน ทำไปทำมาก็เลย
ลองหลับตาอ่านหนังสือ ก็เห็นอ่านออก แต่ว่าวิธีนี้ท่านบอกว่าใช้ทั่วๆ ไปไม่ได้ เอาไว้
แต่เมื่อมันจำเป็น ถ้าจำเป็นจริงๆ ไม่ต้องหยิบหนังสือมา เป็นเพียงแต่นึกว่าจะอ่าน
หนังสือ มันก็มีความเข้าใจว่าหนังสือฉบับนั้นเขาว่าอย่างไร

วงเล็บของท่านมีไว้บอกว่า ใครอ่านแล้วถ้าทำได้ จงอย่าทำตนเป็นผู้วิเศษ เมื่อ
เวลาอ่านหนังสือต่อหน้าคน ถ้ามันอ่านไม่ออกจริงๆ ก็ใช้ไฟใช้แว่นส่อง ถ้ามันจำเป็น
จริงๆ ก็เอาจิตจับจากภาพหนังสือนั้นเสีย ใช้ใจอย่างเดียวก็อ่านหนังสือออก นี่เป็น
วิธีปฏฺบัติของท่าน

(ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า หน้า ๗๘)