คาถาพระอินทร

คาถาพระอินทร์

สหัสสเนตโต เทวินโท ทิพจักขุง วิโสทายิ

ตอนนั้นอยู่วัดประยูรวงศ์ฯ ย้ายจากวัดอนงคาราม มาอยู่วัดประยูรวงศ์ฯ เรียนเปรียญ
๔ ประโยค นอนอยู่ในพระอุโบสถ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ นอนฝันไปว่ามีพระ
ประธานท่านลงมาจากแท่น ท่านบอกคาถาให้ บอกว่าปีนี้ครูสอนได้ภาคเดียวความ
จริง เขาเรียนกัน ๓ ภาค ครูสอนได้ภาคเดียว ระเบิดลงวัด ก็ปรากฏว่าครูเหาะจาก
วัดหนีไปเลย ก็เรียนแค่ภาคเดียว ท่านบอกว่า ปีนี้เขาจะออก ๓ ภาค มงคลทีปน
เขาจะออกภาค ๓ ท่านก็เลยบอกคาถาให้ว่า "สหัสสเนตโต เทวินโท ทิพจักขุง
วิโสทายิ"
ท่านบอกว่า เวลาที่ข้อสอบออกมา ให้อ่านดูข้อสอบว่า แปลได้ไหม ตอบ
ได้ไหม ถ้าคิดว่าแปลไม่ได้ ตอบไม่ได้ ให้คว่ำกระดาษข้อสอบลง แล้วก็นึกถึงพระ
พุทธเจ้า นึกถึงพระอินทร์ ว่าคาถาบทนี้ ๓ จบ แล้วก็หงายกระดาษขึ้นมาดูข้อสอบ
ว่าตอบได้ไหม ถ้าตอบไม่ได้หมด คว่ำกระดาษไปใหม่ และว่าคาถาบทนี้อีก ๗ จบ
แล้วหงายกระดาษขึ้นมา คราวนี้ไม่ต้องดูแล้ว ให้ตอบตามความรู้สึก ผลก็เป็นไป
ตามนั้นจริงๆ

ปรากฏว่าเวลาเขาสอบ ออกภาค ๓ จริงๆ พระที่สอบปีนั้นเหงื่อแตกไปตามๆ กัน
ก็มีพระองค์หนึ่ง ท่านเห็นเป่ายานัตถุ์ ท่านเลยบอก ขอยานัตถุ์ผมหน่อยครับ ความ
จริงการสอบเปรียญ กรรมการเขาเคร่งครัดมาก เขานั่ง ๔ ด้าน ถ้ามองหน้าพูดกัน
คุยกัน หรือส่งกระดาษให้กัน เขาเอาเป็นตก คราวนั้นสอบที่วัดบวรฯ ที่ไหนก็เหมือน
กัน ก็ค่อยๆ ส่งยานัตถุ์ไปให้ท่าน แล้วก็ชำเหลืองดู เห็นท่านเหงื่อแตกพลั่ก ท่าน
บอกว่า ผมไม่รู้เรื่องเลยครับ ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็เขียน
ตามเรื่องของผมจะพึงเขียน ก็เขียนไป ๑๕ นาทีแล้วก็นำไปส่ง

เมื่อนำไปส่งปรากฏว่าหัวหน้าคณะกรรมการหัวหน้าชั้น ได้แก่ สมเด็จพระพุฒา
จารย์ วัดอรุณฯ
เวลานั้นเป็นเจ้าคุณศากยมุนี เจ้าคุณชั้นสามัญ เวลาเขาให้
จริงๆ ๔ ชั่วโมง แต่เขียน ๑๕ นาที ท่านก็แปลกใจ ท่านคงคิดว่า ทำไม่ได้ เขียน
ส่งเดชมาให้ ท่านบอกอย่าเพิ่งไปเลย เอากลับไปเขียนใหม่ ไม่เป็นไรหรอกผมเป็น
หัวหน้าห้อง ผมไม่ถือเป็นความผิด บอกไม่เป็นไรขอรับ ผมถือว่าผมดความสามารถ
ผมแค่นี้ ท่านก็ชวนกินน้ำร้อนก่อน ชวนฉันน้ำร้อนนิดหน่อย แล้วก็บอก ไปเข้าห้องซิ
ไปดูใหม่ ไปทำให้เรียบร้อยเวลาเหลืออีกเนอะแนะ อีกตั้ง ๓ชั่วโมงกว่า ก็บอกว่า ผม
ทำได้แค่นี้แหละครับ จะนั่งอีกก็นั่งเสียเวลาเปล่า ท่านก็เลยขอจดชื่อ ฉายา วัด และ
คณะไว้ ก็ไม่ทราบว่าท่านจะจดเพื่ออะไร คิดว่าอาจจะเอาตกก็ได้

ปรากฏว่า ผลการสอบปรากฏ เขาประกาศขึ้นมา ปีนั้นได้ตะแนนเอก คำว่าคะแนน
เอก หมายความว่า ไม่ผิดสักศัพท์เลย แปลได้ทั้งหมด วิชาอื่นก็ได้ดีทั้งหมด และ
ต้อง ใช้ทุกวิชาเหมือนกัน

ฉะนั้นคาถาบทนี้จึงให้เด็กนักเรียน ให้คาถาบทนี้ไป ทุกคนก็ไปท่องจำ บอกว่าเวลา
ก่อนที่จะดูหนังสือให้ไหว้พระ นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน นึกถึงพระธรรม นึก
ถึงพระอริยสงฆ์ นึกถึงบิดามารดา ความดีของท่าน นึกถึงครูบาอาจารย์
และนึกถึงพระอินทร์เจ้าของคาถาแล้วว่าสัก ๑ จบ แล้วก็ดูหนังสือ
เมื่อจะ
เลิกจากอ่านหนังสือ ก็ว่าอีก ๑ จบ วันแรกๆ ก็อาจจะจำไม่ได้ แต่วันต่อไปอาจจะ
คล่องตัวขึ้นมาเองเธอก็ทำตามนั้น เวลาจะสอบจริงๆ ทุกคนก็มากันเกือบทั้งโรง
เรียน ยกทัพกันมาเลย ถนนขาวพรึ่บด้วยเสื้อนักเรียบหญิง ต้องนั่งอยู่บนกุฏิ ให้เธอ
อยู่ข้างล่างเดินพรมน้ำมนต์ให้ บอกว่า ทุกคนต้องสอบไล่ได้ไม่มีใครสอบจก กำลัง
ใจเธอก็มี

ในที่สุดปีนั้นได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นักเรียนไม่ตกเลนสักคน

จากหนังสือสมบัติพ่อให้