 |
ศิลปะทวารวดี (พุทธศตวรรษที่
๑๑ - ๑๖)
ลักษณะของพระพุทธรูปแสดงให้เห็นว่ารับอิทธิพลจากสมัยคุปตะ หลังคุปตะ และปาละ
- เสนะ ของอินเดีย ซึ่งอาจได้รับมาโดยตรงจากอินเดีย หรือผ่านมาทางลังกา |
 |
ศิลปะศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่
๑๓ - ๑๕)
เป็นประติมากรรมพุทธศาสนาแบบมหายาน พบรูปพระโพธิสัตว์มากกว่าพระพุทธรูป ลักษณะศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจากอินเดียสมัยคุปตะ
หลังคุปตะ และปาละ - เสนะ มีลักษณะคล้ายคลึงกับศิลปกรรมในหมู่เกาะชวาและสุมาตรา
มักนิยมหล่อด้วยโลหะ |
 |
ศิลปะลพบุรี (พุทธศตวรรษที่
๑๗ - ๑๘)
พระพุทธรูปส่วนใหญ่ทำด้วยศิลาและโลหะสัมฤทธิ์ พบมากในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
 |
ศิลปะเชียงแสน (พุทธศตวรรษที่
๑๗ - ๑๘)
เจริญรุ่งเรืองอยู่ทางภาคเหนือของไทย พระพุทธรูปมีทั้งหล่อด้วยโลหะ ศิลา รัตนชาติ
และปูนปั้น ลักษณะทางศิลปะแบ่งเป็น ๒ ยุค คือเชียงแสนยุคแรก (พุทธศตวรรษที่
๑๗ - ๑๘) กับเชียงแสนยุคหลัง (พุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๒๑) |
 |
ศิลปะสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่
๑๗ - ๒๐)
นับว่าเป็นยุคของพุทธศิลปะไทย สร้างตามคติพุทธศาสนาฝ่ายหินยานหรือลัทธิลังกาวงศ์
พบมากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง)
วัสดุที่ใช้สร้างพระพุทธรูปมักนิยมหล่อด้วยโลหะและปูนปั้น |
 |
ศิลปะอู่ทอง (พุทธศตวรรษที่
๑๗ - ๒๐)
เจริญรุ่งเรืองมากในภาคกลางซึ่งแต่เดิมทวารวดีเคยรุ่งเรืองมาก่อน อิทธิพลทางศิลปะมีทั้งได้รับจากทวารวดี
ขอม และสุโขทัย วัสดุที่ใช้สร้างพระพุทธรูปได้แก่โลหะ ปูนปั้น หินทราย และไม้ |
 |
ศิลปะอยุธยา (พุทธศตวรรษที่
๑๘ - ๒๓)
ได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากอู่ทอง ลพบุรี และสุโขทัยให้อิทธิพลต่อศิลปะรัตนโกสินทร์
วัสดุที่ใช้สร้างพระพุทธรูปได้แก่ ศิลา โลหะ และปูนปั้น |
 |
ศิลปะรัตนโกสินทร์ (พุทธศักราช
๒๓๒๕ - ปัจจุบัน)
ในยุคแรกได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยา ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๓ มีการประดิษฐ์ปางพระพุทธรูปเพิ่มขึ้นและตั้งแต่สมัยรัชกาลที่
๕ เป็นต้นมา มักสร้างจำลองแบบจากพระพุทธรูปเก่าแก่ในยุคสมัยต่างๆ |