พระพุทธบาทศูนย์วิปัสสนาพัฒนาคุณธรรม (สำนักสงฆ์วัดดอยเขาแก้วนอ)

ศูนย์วิปัสสนาพัฒนาคุณธรรม (สำนักสงฆ์วัดดอยเขาแก้วนอ) ต. รุง อ. กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ



ประวัติการค้นพบรอยพระพุทธบาท(ยังไม่มี)

เนื่องจากถามทางชาวบ้านเกี่ยวพระพุทธบาทผลานดอนเตีย
กลับได้ข้อมูลใหม่ ว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้ก็มีรอยพระพุทธบาท
ซึ่งยังไม่มีในหนังสือตามรอยพระพุทธบาท และนี่ก็คือทาง เข้าสำนักสงฆ์
ทางเข้าเป็นลักษณะผลานหินต้องค่อยขับรถเข้าไป เข้าไป
ก็ประมาณ ไม่ถึงกิโล แต่ต้องสังเกตทางรถวิ่ง ไม่งั้นหลงทางได้


พอมาถึงจากสภาพท้องฟ้าที่ยังแจ่มใสอยู่ กลับมืดคลึ้มเมฆ
ลงต่ำมากดูท่าฝนจะตกหนักเอาการ


จึงเดินเข้าไปถามคนงานที่นั้นได้ข้อมูลว่าพระบาทอยู่ไกลต้อง
เข้าไปในป่าอีก ต้องมีเด็กพาไปไม่งั้นหลงทางได้ระหว่างที่
ถามนั้น เมฆฝนลงต่ำมากเสียฟ้าร้องคำรามหนักขึ้นเรื่อยๆ
ต้องถอยกลับไปตั้งหลักก่อน
อีกวันก็กลับมาใหม่คราวนี้ได้แม่ชี และเณรน้อยพร้อมกับ
ฆารวาส สองคนได้นำคณะฯ ไปสำรวจรอยพระพุทธบาท
เดินเข้าป่าไปเรื่อยๆ รกพอสมควร

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเหมือนกัน ก็มาถึงรอยพระพุทธบาท
ซึ่งเป็นรอยประทาน เป็นรอยที่ชัดที่สุด
จากนั้นก็ทำการบวงสรวงและกราบขอขมาพระรัตนตรัย

รอยพระพุทธบาทจะปรับทับอยู่แนวตั้ง กับหินใหญ่
และข้างๆจะมีรอยพระหัตถ์
รอยพระพุทธบาทจะชัดช่วงนี้ว จะเป็นร่องลึกลงไปชัดเจน
มาก ดูสวยงามเป็นธรรมชาติมาก
รอยพระพุทธบาทที่มีต้นโพธิ์ขึ้นมาตรงกลาง
เดินเลยขึ้นไปอีกตรงไปยังพระพุทธบาทที่มีต้นโพธิ์
ขึ้นกลางพระบาท
ทางเดินขึ้นแคบต้องปีนขึ้นทีละคน

เดินตามหินใหญ่เพื่อจะยังรอยพระพุทธบาทที่มีต้นโพธิ์ิขึ้น
ร่วมบวงสรวงรอยพระพุทธบาท และขอขมาพระรัตนตรัยฯ
จากนั้นก็สังเกตบริเวณรอบๆ บริเวณเผื่อจะพบรอยพระพุทธ
บาทอีก และรอยพระสาวก

ทีมงานกำลังทำการวัดความกว้างความยาวของรอยพระพุทธ
บาทที่มีต้นโพธิขึ้นอยู่กลางพระบาท สังเกตเห็นส่วนส้นและ
นิ้วเท้าจะเป็นร่องๆ สวยงามาก
พระแท่นหินซ้อน
จากรอยพระพุทธบาท เดินลงมาทางราบเพื่อจะไป
พระแท่นหินซ้อน
ตรงพระแท่นจะมีคล้ายกับรอยนั่งอยู่ เป็นร่องลึกลงไป

หินที่ซ้อนมองดูคล้ายกับรูปพญานาคปกพระ
มองดูอีกที่คล้ายกับกรดของพระเลย
เทียบดูขนาดกับคนเห็นว่ามีขนาดใหญ่กว่า
ดูอีกมุมหนึ่งก็เหมือนรอยนั่งเป็นร่องลงไป
ต้นสำโรงสีทอง
เดินลัดเลาะแปลงต้นมันมา
จะอยู่ติดอ่างเก็บน้ำ
กำลังดูบริเวณรอบๆ ต้นไม้ที่มีสีคล้ายสีทอง

ต้นที่พบแท้จริงคือต้นสำโรงนี่เอง แต่พันธุ์สีทองๆ
แบบนี้ไม่เคยพบเห็น
เทียบกับสีทองคำเปลวบริสุทธิ์
เทียบกับต้นไม้บริเวณนั้นจะเป็นต้นเดีัยวที่มีสีทองมองเด่นแต่ไกล
เอามือลองลูบดูลักษณะเป็นฝอยๆ ติดมือคล้ายเกล็ดทอง
ต้นไม้จะขึ้นอยู่ตรงบริเวณชะเงิกหินมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำได้
และเหมาะที่จะนั่งกรรมฐาน
หินรูปร่างคล้ายส่วนพระพุทธบาท
ชี้ให้้ดูหินที่มีส่วนคล้ายชิ้นส่วนของพระพุทธรูปใหญ่ที่
แตกหัก อยู่ทั่วบริเวณ
หินคล้ายชิ้นส่วนพระบาท พระพุทธรูป ซึ่งใหญ่

บ่อน้ำทิพย์(พระพุทธบาทเกือกแก้ว)
มีทั้งร่องใหญ่ที่สำคัญขอบจะเลียบและมีความลึกมาก
บางร่องมองดูคล้ายพระบาทเืกือกแก้ว
รอยพระพุทธบาทบนโขดหิน
ปีนขึ้นไปเพื่อจะดูบ่อน้ำทิพย์ที่ไม่เคยแห้ง อยู่บนหินใหญ่
นำโดยท่านแม่ชีที่ดูแลและพัฒนาสถานที่นี้
บ่อน้ำทิพย์ เป็นบ่อน้ำจืดที่ไม่เคยแห้ง อยู่บนหินใหญ่
บริเวณสำนักสงฆ์ฯ จะเป็นลานเจดีย์หินกว้าง
รอยพระพุทธบาทที่อยู่ด้านข้างเจดีย์หิน
มองไกลๆ จะเห็นลักษณะนิ้วชัดเจน
ตำแหน่งจะอยู่ด้านข้างเจดีย์ที่กำลังสร้างขึ้นมา ต่อจากเจดีย์หิน
รอยพระพุทธบาทที่กุฏิสงฆ์
พอจะเข้าไปกราบพระพร้อมกับถวายของเพลแด่พระสงฆ์
ก็มองเห็นหินที่มีร่องนิ้วพระบาท
เดิมทีมีของปิดอยู่แทบจะมองไม่เห็น แต่ทางคณะฯ
รู้สึกว่าเหมือนมีอะไร
จึงทำการอนุญาตเณรเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่าพบหินที่มี
ร่องนิ้วพระบาทชัดเจนครบห้านิ้ว
หินจะมีลักษณะเป็นรอยกดนิ้ว ทั้งห้านิ้วชัดเจนมาก
ตั้งอยู่ที่ในกุฏิสงฆ์
พระบาทเกือกแก้วในเจดีย์หิน
จะอยู่ใกล้พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่หน้าสำนักสงฆ์
ทีมงานสำรวจพบพระพุทธบาทเกือกแก้ว
เป็นพระพุทธบาทเกือกแก้ว ที่สมบูรณ์มีน้ำขังด้วย
สังเกตสีหินภายในจะดูเรียบสีต่างจากสีหินข้างนอกมาก
พระแท่นประทับนั่ง
ทางคณะพบพระแท่นอยู่บริเวณใกล้ๆ แล้วได้อธิษฐานว่า
ถ้าใช่พระแท่นจริงขอให้เกิดปาฏิหาริย์ ก็เกิดเมฆรูป
คล้า่ยพระพุทธบาทเกิดขึ้นตรงหน้า
ทางทีมงานเรียบวิ่งไปถ่ายตรงบริเวณหลังพระพุทธรูปปรากฏ
ว่าเมฆเริ่มเปลี่ยนรูปร่างแล้ว
พระแท่นประทับ สีของเนื้อหินก็ต่างกัน



จะอยู่ใกล้พระพุทธรูปใหญ่ เมื่อเข้ามาที่สำนักสงฆ์ฯ จะอยู่
ข้างหน้าเลย แล้วแม่ชียังบอกอีกว่าเดินออกอีกจะมีถ้ำและ
ลานหินอยู่อีกเยอะ และพวกเราคงจะต้องกลับไปที่นั้น
อีกครั้งหนึ่งแน่นอน

***ภาพพระพุทธบาท พระแท่น พระหัตถ์ เพียงแค่บางส่วนในสถานที่จริงยังมีอีกมาก ***
บันทึกภาพเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

คลิกที่แผนที่เพื่อดูแบบขยายใหญ่