วัดพระธาตุสวนตาล(พระเกศาธาตุ)

วัดพระธาตุสวนตาล(พระเกศาธาตุ) ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน



ประวัติพระธาตุวัดสวนตาล

วัดพระธาตุสวนตาล ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน (พระเกศาธาตุ)

ครั้นเมื่อสองตายาย (จากพระธาตุเขาน้อย) ตายแล้ว ก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญจากเทวโลกแล้ว ก็ลงมาเป็นรุกขเทวดา
อยู่ที่ใต้ต้นมะคับทอง รักษาพระเกศาธาตุ แล้วก็ได้จุติลงมาเกิดนครรภ์แห่งพระมเหสีของเจ้าเมืองภูเพียง (ม่าน) หมอโหราทำ
นายว่า บุตรที่เกิดมามีบุญวาสนามาจากภูเขามาเกิด จึงให้นามว่า “เจ้าภู”

ครั้นเจริญวัยได้ 18 ปี จึงทรงมีพระมเหสีมีนามว่า นางวิมลา แล้วก็ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา ส่วนธิดาอันเป็นคู่
ครองของเทพบุตรองค์นั้นก็ได้มาจุติปฏิสนธิในท้องของภรรยานายบ้านสวนตาล มีชื่อว่า นางปทุมมา เมื่อเกิดมาแล้วเป็นหญิง
รูปงามมาก จะหาหญิงใดเปรียบเทียบมิได้ เหตุนั้นนายบ้านสวนตาลผู้เป็นบิดา จึงประคับประคองไม่ให้ออกไปนอกบ้านตลอด
อายุได้ 15 ปี

อยู่มาวันหนึ่ง พระองค์ได้สดับเสียงคำล่ำลือว่า บุตรีของนายบ้านสวนตาลมีความงามหาหญิงใดเปรียบได้ไม่ ครั้นพวกมหาดเล็ก
ไปถึงหมู่บ้านนั้น และได้เห็นนางแล้วถึงกับลืมสติสมปฤดีไป จนเกือบจะค่ำอยู่แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าเจ้านายใช้มา ก็เลยรีบกลับเข้า
ไปกราบทูลให้ทรงทราบ เจ้าพระยาทรงพิโรธว่าล่าช้านัก แต่เมื่อได้ทรงสดับว่านางสวยงามตามคำเล่าลือจริง พระองค์ก็เกิด
ความปราโมทย์ จึงโปรดอภัยโทษให้พวกมหาดเล็กเหล่านั้น พร้อมกับตรัสสั่งให้เตรียมช้างพระที่นั่ง ครั้นถึงวันรุ่งขึ้น เจ้าภูเมือง
ก็ได้ทรงช้างเลียบพระนครถึง บ้านสวนตาล พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ทั้งหลาย เจ้าเมืองจึงไสช้างเข้าไปพิงชานเรือนแล้วจึงทำที
เข้าไปขอเสวยน้ำ จากนายบ้าน นายบ้านจึงเอากระบวยทองคำใส่น้ำมาถวาย แต่เจ้าเมืองไม่รับกลับตรัสว่า ขอให้ลูกสาวเอามา
ถวายเถิด

นายบ้านจึงเข้าไปบอกลูกสาวเอาน้ำมาถวายแก่เจ้าเมือง อันนางนั้นเกิดวิตก ทั้งกลัวทั้งอายจึงต้องตัดสินใจเอาไปถวายให้เจ้า
เมืองเป็นด้วยเดชะบุพเพสันนิวาส ที่ทั้งสองได้เคยเป็นคู่ครองกันมาก่อน เมื่อครั้งเป็นสองตายายทำไร่อยู่ที่เขาน้อย ส่วนท่าน
เจ้าเมืองเมื่อได้ยลโยมนาง ก็เกิดรักใคร่ขึ้นมาทันใด แทนที่จะรับเอานางเข้าไปประทับนั่งบนหลังช้างกลับเข้าไปในเมือง แล้ว
อภิเษกให้เป็นพระมเหสีน้อย มีชื่อว่า นางปทุมมาราชเทวี พร้อมทั้งหานางสนมมาไว้คอยรับใช้อีก 50 นาง แล้วก็ตั้งพ่อของนาง
ให้เป็นใหญ่ในบ้านสวนตาล ประทานเงิน แก้ว แหวน ช้าง ม้า แก่นายบ้านนั้นแล

เมื่อนางปทุมมาได้เป็นราชเทวีได้ 7 วันล่วงแล้ว (ประมาณ พ.ศ. 1770) เทพยดาที่คอยรักษาพระธาตุได้ปรึกษากันว่า ควรจะ
ให้พระธาตุได้กลับมารุ่งเรืองอีก เพื่อให้พระยาภูและนางปทุมมาได้สร้างองค์พระเจดีย์ขึ้น

เมื่อปรึกษากันแล้วก็ไปเข้าฝันนางปทุมมา ทำเป็นนิมิตว่านางกับพระสวามีเคยเกิดเป็นสองตายายทำไร่ที่ดอยนั้น จนถึงพระ
พุทธเจ้าได้ประทานพระเกศาให้ 2 เส้น ใส่ในเต้าปูนทองแดง ฝังไว้ใต้ต้นมะคับทองทางทิศตะวันออก

พอรุ่งอรุณ นางก็เข้าไปทูลต่อพระยาภูผู้เป็นพระสวามีได้รู้เรื่องตลอดแล้ว พระยาเจ้าเมืองจึงพานางขึ้นทรงช้างไปกับข้าทาส
บริวารออกจากเวียงไปขึ้นเขาน้อย ในวันนั้นตะวันแจ้งอยู่เห็นชัดๆ แต่จะมีความร้อนแม้แต่น้อยก็หาไม่ เมื่อเสด็จขึ้นมาถึงที่
ตอไม้มะคับทองนั้นพระเกศาธาตุก็เกิดปาฏิหาริย์ มีฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ เป็นวงรอบตอไม้มะคับทอง แล้วแผ่กระจาย
ไปทั่วป่าเขาน้อย แม้แต่คนและสัตว์อันเข้าไปในที่นั้น ก็พบเต้าปูนทองแดงนั้นจริง ตามความฝันของนางทุกประการ

พระยาภูและนางเทวีมีความปีติยินดีเป็นอย่างมาก จึงได้สักการบูชาพระเกศาธาตุในกาลยามนั้น สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเป็นต้น
ว่า แผ่นดินหวั่นไหว พร้อมกับบังเกิดฝนตกโปรยลงมา ฟ้าร้องลั่นคำรามดังกึกก้องทั่วท้องจักรวาล พระยาภูพร้อมด้วยพระนาง
ปทุมมาเทวีบังเกิดความโสมนัสอย่างยิ่ง จึงได้อัญเชิญพระเกศาธาตุขึ้นเสลี่ยงหามพร้อมบริวารแห่เข้ามาในพระราชวัง แล้วก็
ให้มีการสมโภช 7 วัน 7 คืน

ต่อจากนั้นจึงให้คนทั้งหลายขุดบนเขาน้อยลงเป็นอุโมงค์ลึก 17 วา แล้วเอาพระเกศาธาตุที่อยู่ในเต้าปูนทองแดง บรรจุลงในผอบ
ทองคำลูกหนึ่งใหญ่ 5 กำ แล้วเอาผอบทองคำบรรจุลงในผอบเงินวางลงบนเรือสำเภา นางเทวีและประชาชนทั้งหลาย ได้พากัน
สละทรัพย์มีแก้ว แหวน เงิน ทอง ถวายเป็นพุทธบูชา อันมีค่ามากมาย แล้วจึงได้อาราธนาพระเกศาธาตุลงไว้ในอุโมงค์

ในยามนั้น พระอินทร์ก็เสด็จลงมาเนรมิตยนต์จักรรักษา แล้วให้คนถมด้วยศิลาก้อนใหญ่และดินขึ้นมาเสมอกับพื้นดิน แล้วให้ก่อ
เจดีย์สูง 9 วา 2 ศอก บุด้วยแผ่นทองแดง ลงรักปิดทองคำ แล้วมีงานฉลองสมโภช ในวันเดือนเพ็ญเดือน 8

ต่อมาพระนางก็ได้ไปสร้างพระเจดีย์อีกองค์หนึ่งที่ บ้านสวนตาล อันเป็นบ้านเกิดของพระนาง โดยอาราธนาขอพระ เกศาธาตุออกมาจากเต้าปูน 1 เส้น เพื่อบรรจุไว้นพระธาตุองค์ที่สองนี้ ปัจจุบันคือ พระธาตุสวนตาล ส่วนนางวิมลเทวี
เห็นเมียน้อยมาอยู่ไม่ถึงปี ยังได้สร้างพระธาตุเสร็จทั้งสององค์ จึงอยากจะสร้างบ้าง ได้ให้คนไปสร้างไว้บนเขาที่นั้น แต่ก็พังทลาย
ลงมาทุกที จึงได้ชื่อว่าเขาหลวงตราบทุกวันนี้ ตามนิมิตที่เมียหลวงมาทรงสร้างไว้นั้นส่วนเขาน้อยนั้น ตามนิมิตที่เมียน้อยสร้างไว้
จึงได้ชื่อว่า เขาน้อย ตราบทุกวันนี้

พระยาภู (แข็ง) กับเมียน้อยนี้ ตายเกิดตายเกิดเป็นพระยาครองเมืองน่านนี้นับได้ 7 ชาติ แล้วก็จักได้เข้าพระนิพพานแล

ในสมัยเมื่อเกิดพระยาภู มีพระชนมายุยืนได้ 99 ปีแลฯ ต่อมาเจ้าผู้ครองนครน่านอีกหลายพระองค์ก็ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์องค์
พระธาตุตลอดมา จนกระทั่งได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยะพงศ์ผริตเดช เมื่อปี พ.ศ. 2449 ถึงปี พ.ศ. 2454 ครั้น
มาถึง พ.ศ. 2523 กรมศิลปากรก็ได้ยกขึ้นเป็นโบราณสถาน จนถึงปี 2542 ทางจังหวัด โดยผู้ว่าราชจังหวัดและชาวจังหวัดน่าน
ต่างก็ร่วมน้ำใจกันสร้างพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ดังกล่าวแล้ว โดยมีพระครูวินัยธรสมชาย เป็นเจ้าอาวาส

พระเจ้าทองทิพย์ ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร

พระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งของชาวน่าน มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ฟุต สร้างขึ้นสมัย พระเจ้าติโลกราช
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1993 เนื่องจากพระองค์ยึดเมืองน่านไว้ได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับว่ามีเทพเจ้าเข้ามา
ช่วยเหลือ และเพื่อเป็นอนุสรณ์ในชัยชนะครั้งนี้ พระเจ้าติโลกราช จึงโปรดให้ช่างจากเชียงแสนช่างชาวพม่าและเงี้ยวหล่อพระ
พุทธรูปด้วยทองทุกชนิดหนักประมาณ 12 ตื้อ (12,000 ก.ก.) แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเบ้าพิมพ์แตกเสียหลายครั้งในที่สุดก็มีชาย
ชราแปลกหน้านุ่งขาวห่มขาวมาช่วยทำ จึงสำเร็จเรียบร้อยลงได้ เมื่อจัดงานพิธีฉลอง ชายชราผู้นั้นก็หายสาบสูญไป ไม่มีผู้ใดพบ
เห็นอีกเลย

ประชาชนชาวเมืองต่างก็ได้โจษขานกันว่าเป็นเทพยดาแปลงกายลงมาช่วย จึงได้ขนานนามว่าพระพุทธเจ้ารูปองค์นี้ว่าพระ
พุทธรูปทองทิพย์ หรือ พระเจ้าทองทิพย์ จนถึงทุกวันนี้

ซุ้มประตูหน้าวัดสวนตาล
องค์พระธาตุวัดสวนตาลและวิหารพระเจ้าทันใจ
วิหารพระเจ้าทองทิพย์
พระเจ้าทองทิพย์
องค์พระธาตุวัดสวนตาล
พระธาตุวัดสวนตาลซึ่งมีพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า
องค์พระธาตุ
อาคารเรียนสงฆ์
วิหารพระเจ้าทันใจที่อยู่ข้างๆองค์พระธาตุ
พระเจ้าทันใจ
บ่อน้ำทิพย์หน้าวัด
ภายในบ่อน้ำทิพย์

บันทึกภาพเมื่อ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒

แผนที่การเดินทางไปพระบรมธาตุภายในตัวเมืองจังหวัดน่าน
คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่

จบ