
พระครูใบฎีกา
สมพงษ์ - ชอบใจในคำสอนของหลวงพ่อ 
พระครูใบฏีกา สมพงษ์ สมจิตโต
มีบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้พร้อมใจกันบันทึกข้อความลงในหนังสือเล่มนี้
เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิต และระลึกถึงความดีของหลวงพ่อ ผู้เขีนได้ทราบข่าวจาก
ดร.ปริญญา นุตาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้าจัดทำหนัง
สือเล่มนี้ว่าขอให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้ช่วยกันบันทึกข้อความเกี่ยวกับความประทับใจในองค์หลวงพ่อและเหตุอื่นๆ
อีกหลาย
อย่างที่แต่ละบุคคลมีประสบการณ์มาไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นเหตุให้มีความรักและเคารพจึงมีศรัทธาในองค์หลวงพ่อเป็นอย่างมาก
เพื่อเป็นอนุสรณ์เนื่องในงานสมโภชฉลองสมณศักดิ์ (วันที่ ๑๗
- ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓)
สำหรับผู้เขียนเองก็ไม่มีความถนัดในการเขียนข้อความเท่าใด
นึกไม่ออกว่าจะเขียนอย่างไรดีลงในหนังสือเล่มนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์
กว่าจะลงมือเขียนได้ พระปลัดวิรัช โอภาโส ต้องโทรศัพท์ตามหาต้นฉบับหลายเที่ยว
ความตั้งใจของผู้เขียน
ก็ตั้งใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนประทับใจและมีความศรัทธาในองค์หลวงพ่อนั้นก็คือ
"ปฏิปทาในการปฏิบัติ" ซึ่งผู้
เขียนได้ศึกษาจากเทปธรรมะและหนังสือธรรมะของหลวงพ่อ แล้วนำคำสอนของท่านมาปฏิบัติ
ก็บอกได้เลยว่าหลวงพ่อท่านไม่ใช่
ธรรมดาคำว่า "ไม่ใช่ธรรมดา" บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายคนเก่าๆ
ก็คงจะทราบกันอยู่แล้ว
นอกจากนั้นลีลาในการสอนธรรมของหลวงพ่อ
แก่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทที่สนใจอันนี้ผู้เขียนมีความประทับใจมาก
ท่านสอนให้
เข้าใจง่าย เหมือนท่านรู้ ไม่ต้องมานั่งแปลอีก ถ้าปฏิบัติตามที่ท่านสอนได้
ผลที่ตามมานั้นลองคุยกับลูกศิษย์หลวงพ่อหลายคน เขา
พูดให้ฟังว่า "มีการจับ จ่ายใช้สอยคล่องตัว สบายใจขึ้นกว่าแต่ก่อนมีความมั่นคงในพระรัตนตรัย
นึกถึงความตายบ่อยครั้งทำให้
อารมณ์ไม่พลุ่งพล่านโลภมาก จิตมี สภาพเบาในการเกาะทรัพย์สิน
ไม่เป็นทุกข์มากเมื่อต้องพรัดพรากจากของรักของชอบใจ"
บางคนบอกว่า ศีล ๕ ข้อยังบกพร่องอยู่ทั้งๆ ที่ได้พยายามแล้ว
รวมความว่าบารมีหรือกำลังใจของแต่ละคนนั้นไม่เสมอกัน
ต่อไปผู้เขียนก็เล่าถึงความประทับใจในการสอนธรรมะของหลวงพ่อ
แก่ญาติโยม พุทธบริษัท ที่ผู้เขียนจะเล่าต่อไปนี้ไม่ได้หมายความว่าจะยกเอาธรรมะที่หลวงพ่อสอนมาสอนท่านผู้อ่านอีก
ผู้เขียน
ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเพราะจะเป็นการ "นำมะพร้าวมาขายสวน"
ผู้เขียนเองก็ยังมีสติไม่สมบูรณ์ยังต้องศึกษาอยู่ ก็คิดว่าลูกศิษย์
หลวงพ่อทั่วไปเป็นคนฉลาด มีปัญญาใคร่ครวญธรรมะของหลวงพ่อดีแล้ว
ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาสอนกันอีกเหมือน "สอน
หนังสือสังฆราช" จะไม่เป็นการสมควร ถ้าไม่เล่าเรื่องนี้ก็นึกไม่ออกว่าจะเขียนอย่างไรดี
ก็เป็นอันว่าธรรมะของหลวงพ่อท่านครบเครื่อง
มีอยู่ตอนหนึ่งท่านพูดถึง "อารมณ์พระโสดาบัน" คนที่เป็นพระโสดาบันจะต้องปฏิบัติ
ในสังโยชน์ ๓ ประการครบคือ
๑. สักกายทิฏฐิ
คือมีความรู้สึกไว้เสมอว่า ความตายไม่ใช่จะมาถึงเราในวันพรุ่งนี้
ให้คิดไว้ว่าเราอาจจะต้องตายในวันนี้เสมอ จะได้
ไม่ประมาทในชีวิต
๒. วิจิกิจฉา คือพิจารณาความดีของพระพุทธเจ้า
พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ด้วยปัญญา สิ่งใดที่ท่านให้ละ เราละไม่ทำ
สิ่งใดที่
ท่านแนะนำ เราทำด้วยความเต็มใจ
๓. สีลัพพตปรามาส รักษาศีลให้บริสุทธิ์ สำหรับฆราวาสมีศีล
๕ เป็นหลักปฏิบัติพระภิกษุและสามเณรก็มีศีลของท่านเป็นหลัก
ปฏิบัติพระภิกษุและสามเณรก็มีศีลของท่านเป็นหลักปฏิบัติ
ถ้าปฏิบัติได้ครบทั้ง
๓ ประการนี้ท่านบอกว่า "ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เมื่อตายจากความเป็นคน
จะไม่ไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต
เป็นอสุรกาย และเป็นสัตว์เดรัจฉานอีกต่อไป" ถ้าอารมณ์ยังอ่อนอยู่อีก
๗ ชาติไปนิพพาน ถ้ามีอารมณ์เข้มแข็งตายแล้วไปนิพพาน
ชาตินี้เลย แล้วท่าน ก็ยกพระสูตรประกอบการปฏิบัติ เพื่อจะได้ทราบถึงบุคคลตัวอย่างที่ท่านเป็นพระโสดาบันแล้ว
ท่านมีจริยาและ
ปฏิปทาในการปฏิบัติอย่างไร
บุคคลตัวอย่างที่เป็นพระโสดาบัน(รายละเอียดมีอยู่ในหนังสือและเทปสอนของหลวงพ่อแล้ว)
๑. เปสการีธิดา
ท่านเป็นลูกสาวนายช่างหูก ท่านฟังคำสอนเล็กน้อยแล้วก็นำมาปฏิบัติตาม
ใช้เวลาเพียงสามปีท่านก็บรรลุเป็นพระ
โสดาบัน เรื่องย่อมีอยู่ว่า เปสการีธิดาฟังเทศน์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่อง
"มรณานุสสติกรรมฐาน" องค์สมเด็จพระ
พิชิตมารตรัสว่า "ชีวิตของเราเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง"
ผู้ใดที่ไม่เคยนึกถึงความตายเมื่อความตายเข้ามาถึง
ย่อมสะดุ้งตกใจหวาดกลัว ท่านที่เจริญมรณานุสสติกรรมฐานเป็นประจำย่อมไม่สะดุ้งหวาดกลัวเมื่อความตายเข้ามาถึงเมื่อพระพุทธ
เจ้าเทศน์จบ เปสการีธิดาท่านก็ เจริญมรณานุสสติกรรมฐานเป็นปกติไม่เคยลืมความตาย
สามปีต่อมา เปสการีธิดาท่านก็ไปฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง
พระพุทธเจ้าตรัสถามเปสการีธิดา
พระพุทธเจ้า : ทรงถามว่า
"เธอมาจากไหน?"
เปสการีธิดา : ทูลตอบว่า "ไม่ทราบพระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้า : ทรงถามว่า "แล้วเธอจะไปไหน?"
เปสการีธิดา : ทูลตอบว่า "ไม่ทราบพระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้า : ทรงถามว่า "เธอไม่ทราบหรือ?"
เปสการีธิดา : ทูลตอบว่า "ทราบพระพุทธเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้า : ทรงถามว่า "เธอทราบหรือ?"
เปสการีธิดา : ทูลตอบว่า "ไม่ทราบพระพุทธเจ้าข้า"
เมื่อเปสการีทูลตอบไปอย่างนั้นแล้ว
องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงสาธุว่า "ดีแล้วๆ" เป็นการยืนยันในผลการปฏิบัติของท่านเปส
การี แล้ว เปสการีก็บรรลุเป็นพระโสดาบัน รวมความว่าคนที่เป็นพระโสดาบันนี่ท่านนึกถึงความตายเป็นปกติจริงๆ
๒. สุปปพุทธกุฏฐิ
เป็นพระโสดาบัน ท่านสุปปพุทธะเป็นคนขอทานและเป็นโรคเรื้อนด้วย
วันหนึ่งพระอินทร์ต้องการจะทดสอบ
ความมั่นคง ในความเป็นพระโสดาบัน พระอินทร์ท่านเหาะลอยอยู่ในอากาศแสดงตนเป็นพระอินทร์ชัดเจน
แล้วก็ถามว่า สุปปพุทธะ
เธอเป็นคนยากจน ไร้ทรัพย์ เป็นโรคเรื้อนด้วย เธอจงพูดตามนี้
"พระพุทธเจ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้า พระธรรมไม่ใช่พระธรรมพระสงฆ์
ไม่ใช่พระสงฆ์ พอกันทีสำหรับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พูดเล่นๆ
ก็ได้ ถ้าเธอพูดตามนี้ฉันจะบันดาล ให้ท่านเป็นมหาเศษรฐี
และหายจากโรคเรื้อน" พอพระอินทร์พูดจบ ท่านสุปปพุทธะก็กล่าวว่า
ท่านเป็นคนถ่อยเป็นคนพาลจงถอยไป ถึงข้าพเจ้าเป็นคนจน
เป็นโรคเรื้อนเป็นคนขัดสน ข้าพเจ้าก็มีแล้วซึ่ง อริยทรัพย์
๗ ประการ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะไม่เปล่าวาจาแบบนั้นให้เสียชาติเกิด
ก็เป็นอันว่าคนที่เป็นพระโสดาบันนั้น ท่านเคารพในคุณ ของพระรัตนตรัยจริงๆ
ไม่ปรามาสแม้แต่กล่าวเล่นๆ ท่านก็ไม่ทำ
๓. ท่านขุชชุตรา
และคณะของพระนางสามาวดี ท่านเป็นพระโสดาบัน เรื่องมีอยู่ว่า
นางขุชชุตราเป็นหญิงหลังค่อมเป็นคนรับใช้
ของพระนางสามาวดี ทุกวันพระเจ้าอุเทนพระราชสวามีของพระนางสามาวดี
จะให้เจ้าหน้าที่การเงินจ่ายค่าดอกไม้แก่พระนางสา
มาวดีวันละ ๘ กหาปนะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าเทศน์โปรดพุทธบริษัทในเมืองนั้น
นางขุชชุตราไปฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าจบเดียว
ก็เป็นพระโสดาบัน ที่นางเคยโกง เงินค่าดอกไม้วันละ ๔ กหาปนะ
เมื่อท่านเป็นพระโสดาบันแล้วท่านไม่ทำอีกต่อไป แสดงว่าคนที่
เป็นพระโสดาบันนี้ศีล ๕ ท่านต้องบริสุทธิ์ คำว่าละเมิดศีลไม่มีอีกต่อไป
ต่อมานางขุชชุตราก็เทศน์โปรดพระนางสามาวดีและคณะจนเป็นพระโสดาบันทั้งหมด
วันหนึ่งนางมาคันธิยาออกอุบาย ให้พระเจ้า
อุเทนสั่งพระนางสามาวดีและคณะฆ่าไก่ แต่พระนางสามาวดีและคณะไม่ยอมทำ
พระเจ้าอุเทนโกรธจึงใช้ธนูยิงพระนางสามาวดี
และ คณะ แต่ลูกธนูไม่อาจจะทำอันตรายได้ รวมความว่าคนที่เป็นพระโสดาบัน
เช่นพระนางสามาวดีและคณะท่านยอมตายดีกว่า
ยอมศีลขาด ท่านไม่ยอมละเมิดศีลแม้ตัวจะตาย
ความจริงพระสูตรที่หลวงพ่อยกตัวอย่าง
ประกอบธรรมะปฏิบัติที่ผู้เขียนชอบมีอีกมาก ที่เล่ามานี้ย่อเหลือไม่ถึง๑
เปอร์เซ็นต์ของ
ท่านที่สอนแต่ละเรื่อง บางทีก็จำผิดบ้างจำถูกบ้างก็ต้องขออภัยท่านผู้ท่านมา
ณ ที่นี้ด้วย
จากหนังสือลูกศิษย์บันทึก
เล่ม ๑
พิมพ์โดย : webmaster