พระสมุห์บัญชา สุขปัญโญ --- ศิษย์อวดโง่

พระสมุห์บัญชา สุขปัญโญ --- ศิษย์อวดโง่

ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับโอกาส ได้เป็นผู้เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้พบและความประทับใจในตัวของพระเดชพระคุณหลวง
พ่อ ข้าพเจ้าไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่ที่เขียนเขียนด้วยใจที่มีความรักและความเคารพหลวงพ่อ เหมือนพ่อบังเกิดเกล้าของตัว
เอง หากมีความผิดพลาดหรือบอกพร่องประการใด ข้าพเจ้าขอรับเอาความผิดพลาดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่หากข้อเขียน
นี้พอจะมีคุณประโยชน์ต่อผู้อ่านอยู่บ้าง ข้าพเจ้าขอยกคุณความดีทั้งหมดให้แก่ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทั้งหลายตั้งแต่อดีตจน
ถึงปัจจุบัน มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นที่สุด

ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้บวชเข้ามาและอยู่จำพรรษาที่วัดท่าซุงนี้ ข้าพเจ้าได้รับคำสอนของหลวงพ่อมาตั้งแต่พรรษาแรก คำสอนของท่าน
เป็นคำสอนที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีโดยไม่ต้องนำมาแปลหรือตีความหมายอีก ในทัศนะของข้าพเจ้า หลวงพ่อ
ท่านเป็นผู้มีความรู้ในทางธรรมกว้างขวางมาก และมีความรู้ให้พร้อมทุกอย่างในพระพุทธศาสนาไม่ว่าจะศึกษาเรื่องอะไรในพระ
ไตรปิฏก หลวงพ่อท่านมีความรู้ให้เหล่าลูกศิษย์ครบทุกอย่าง โดยที่พวกเราไม่ต้องวิ่งไปหาความรู้จากที่อื่นให้เหนื่อยเปล่า อยู่ที่ว่า
พวกเรามีความสามารถพอที่จะรับรู้จากท่านได้ขนาดไหนเท่านั้น ถึงแม้ว่าหลวงพ่อท่านจะสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้ความสามารถที่
จะเห็นนรก เห็นสวรรค์ และสามารถท่องเที่ยวไปในภพต่างๆ ได้เป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม แต่หลวงพ่อท่านไม่เคยทิ้งพระพุทธเจ้า
เลย ไม่ว่าท่านจะทำอะไรก็ตาม ท่านจะไม่ใช้ความรู้ความสามารถของท่านเอง ท่านจะต้องถามและทำตามที่พระท่านบอกมาเสมอ
หลวงพ่อท่านบอกว่า ถ้าเราใช้ความรู้ของเราเอง มันอาจจะเฝือก็ได้ ถ้าถามพระหรือพรหม เทวดา หรือนางฟ้า จะตรงและแน่นอน
กว่าบางครั้งตอนที่หลวงพ่อท่านจะลงรับแขก ตอนที่ข้าพเจ้าและพระปลัดวิรัชไปรอรับท่านที่ตึกอินทราพงษ์ ท่านจะเล่าอะไรให้ฟัง
เสมอว่า มีพระบ้าง พรหมบ้าง เทวดา นางฟ้าบ้างมาคุยกับท่าน บางทีก็มาดูแลอาการป่วยของท่าน หรือไม่ก็มาบอกว่า วันนี้ลงรับ
แขกแล้วจะมีอะไรบ้างแขกที่มาจะมาลักษณะอย่างไรบ้าง เมื่อไปถึงที่รับแขกก็จะตรงตามนั้นเสมอ

จากการที่ข้าพเจ้ามีโอกาสดีที่หลวงพ่อท่านเมตตาให้อยู่รับใช้ท่าน ตอนที่ท่านลงรับแขก ข้าพเจ้ามีความประทับใจในปฏิปทาของ
หลวงพ่อ ที่ท่านมีความเมตตาและความเป็นกันเองแก่ผู้ที่มากราบสักการะด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส และจะตอบปัญหาข้อข้องใจ
ของผู้ถามที่ถามด้วยความเคารพและคำถามนั้นเป็นสาระประโยชน์แก่ผู้ฟังทั่วไป แต่ถ้าท่านผู้ใดอยากลองหรือมาขอเลข ขอหวย
ก็จะเจอดีทุกราย หลวงพ่อท่านจะไม่เกรงใจหรือเอาใจใส่คนประเภทนี้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นคนระดับไหนก็ตาม หลวงพ่อท่านบอก
ว่า คนประเภทนี้จะทำลายความดีของคนอื่น หลวงพ่อท่านสุขภาพไม่ดี ป่วยเป็นประจำมาหลายปีแล้ว แต่ท่านก็ฝืนร่างกายที่ป่วยลง
มารับแขกทุกวันถ้าท่านลุกไหว

ตอนลงรับแขกจะเห็นเหมือนว่าท่านไม่ป่วย ยิ้มแย้มแจ่มใสและหัวเราะกับแขกอย่างอารมณ์ดี แต่หลังจากเลิกรับแขกแล้ว กลับไป
ที่พักต้องอาเจียนทุกครั้ง ครั้งละมากๆ ด้วยมาบางครั้งท้องอืดและเสียดมากก็ต้องล้างท้องเป็นประจำ หลวงพ่อท่านบอกว่าเห็นใจ
คนเขาเดินทางมาไกล บางทีเป็นร้อยกิโล ถ้ามาแล้วเขาไม่พบจะเสียกำลังใจ แม้จะมีแขกหนึ่งหรือสองคนก็ตามถ้าได้เวลารับแขก
หลวงพ่อจะลงมาทันทีและกลับไปที่พักตามเวลาคือ ๑๕.๐๐ น. ถึงแม้แขกจะหมดก่อน ๑๕.๐๐ น. หลวงพ่อจะนั่งคอยจนหมดเวลา
ท่านบอกว่า เผื่อเขามาตามเวลาแล้วไม่พบ เขาจะว่าเอาได้ หลวงพ่อท่านต้องฝืนร่างกายลงรับแขก จนกระทั่งวันหนึ่ง (๓ ตุลาคม
๒๕๓๒) ท่านมีอาการเสียดท้อง และต้องเข้าห้องน้ำ และท่านก็อาเจียนออกมามากจนหมดสติไปพักหนึ่ง ต้องช่วยกันพยาบาลอยู่
พักหนึ่งท่านจึงฟื้น และพักผ่อนอยู่สองวันเห็นจะได้ไม่สามารถลงรับแขกได้ แล้วก็ต้องไปสอนกรรมฐานที่บ้านท่านเจ้ากรมเสริม
อีกในสภาพร่างกายที่แย่เต็มที

เรื่องการฝืนร่างกายจากการป่วยแล้วลงรับแขกของหลวงพ่อนี้มีมานาน ข้าพเจ้าขอเล่าเหตุการณ์บางตอน ตอนนั้นประมาณปี พ.ศ.
๒๕๒๔ หรือ ๒๕๒๕ เห็นจะได้ เป็นตอนที่ข้าพเจ้าและคุณชัยศรี(ขณะนั้นยังบวชอยู่) เพิ่งเข้ารับหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสถานที่รับ
แขกของหลวงพ่อแทนคุณอรัญที่ศาลานวราช มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อท่านมีอาการป่วยค่อนข้างมาก ข้าพเจ้ากับคุณชัยศรีก็ได้ปรึกษา
กันว่า วันนี้อยากให้หลวงพ่อได้ผักผ่อนสักวัน ถ้ามีแขกน้อยก็จะพยายามบอกให้แขกกลับไปก่อน เผอิญวันนั้นมีแขกมา ๒ คน แก
ไม่ยอมกลับจะพบหลวงพ่อให้ได้ตามปกติก่อนที่หลวงพ่อท่านจะลงรับแขก ท่านจะต้องโทรศัพท์มาถามก่อนเสมอว่า มีแขกมารอ
หรือยัง ข้าพเจ้ากับคุณชัยศรีก็ปรึกษากันไว้ว่าถ้าหลวงพ่อโทาศัพท์มา(โทรศัพท์มี ๒ เครื่อง อยู่ที่ห้องโถงเป็นที่สำหรับรับแขกหนึ่ง
เครื่อง และอยู่ห้องข้างหลังอีกหนึ่งเครื่อง) เราจะเข้าไปรับโทรศัพท์ข้างใน ให้แขกนั่งรออยู่ข้างนอก แล้วบอกหลวงพ่อว่าวันนี้ไม่
มีแขกครับ
เมื่อท่านโทรศัพท์มาถาม ก็บอกไปตามที่ตกลงกันไว้ ก็มีเสียงตวาดมาทางโทรศัพท์ว่า "แล้วไอ้ที่นั่งคอยข้างนอก
๒ คนนั่นใครวะ!
" เท่านั้นเองเราทั้งสองหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหมือนขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ตั้งแต่นั้นมาเข็ดไม่กล้าอวดดี
(ความจริงอวดเลวมากกว่า) กับครูบาอาจารย์อีก ท่านย่อมรู้กำลังของท่านดีว่า ไหวหรือไม่ไหว (อัปปะมาโน สังโฆ) เราเสือกไปรู้
ดีกว่าท่านเข้าก็เลยเจอของดี

อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ประสบมาด้วยตนเอง แสดงว่าหลวงพ่อมีสายตาที่ยาวไกล มองเห็นได้ไกลมาก เพราะศาลานวราชกับตึกอิน
ทราพงษ์ที่ท่านพัก ไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย อยู่คนละฟากถนน และท่านก็อยู่ในห้องที่มิดชิด ท่านยังรู้ว่า ที่ศาลานวราชมีใครบ้าง

อันนี้เป็นหนึ่งในหลายร้อยหลายพันส่วนที่ข้าพเจ้าได้พบ ได้เห็นตลอดระยะเวลาเพียงเล็กน้อยที่ข้าพเจ้าได้อยู่กับหลวงพ่อ และเกิด
ความประทับใจข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้หมด

เนื่องในวันสมโภชสมณศักดิ์ของหลวงพ่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓ นี้ เกล้ากระผมขอกราบอาราธนาคุณพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ
และสังฆรัตนะ ทั้งสามประการจงดลบันดาลให้พระเดชพระคุณหลวงพอ จงมีสุขภาพและพลานามัยสมบูรณ์ปราศจากโรคภัทั้งปวง
และอยู่เป็นฉัตรแก้วของบรรดาลูกหลานทั้งหลายชั่วกาลนานเทอญ

จากหนังสือลูกศิษย์บันทึก เล่ม ๑

พิมพ์โดย : webmaster

[ Top ]