หลวงพ่อยังอยู่กับเรา
โดย พระปลัดวิรัช โอภาโส (วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์)

หลวงพ่อยังอยู่กับเรา โดย พระปลัดวิรัช โอภาโส (วัดมหาธาตุ
อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์)
ถ้ากล่าวกันตามสมมติทางโลกนั้น ก็เข้าใจกันว่า หลวงพ่อได้ละทิ้งสังขารจากพวกเราไป
10 ปีแล้วในปีนี้ แต่ถ้าตามความหมาย
แห่งธรรมแล้ว หลวงพ่อไม่ได้จากพวกเราไป ธรรมที่หลวงพ่อเคยพร่ำสอนอบรมบ่มนิสัยพวกเราไว้เป็นเวลาสิบปี
ยี่สิบปี สามสิบ
ปีมานี้นั้น จนสิ้นอายุขัยของหลวงพ่อ หากพวกเราเข้าใจธรรมและเสพธรรมตามที่หลวงพ่อเคยสั่งสอนเราไว้เสมอ
จะน้อยก็ตาม
หรือจะมากก็ตาม ตามกำลังสติปัญญาของพวกเราแต่ละคนเป็นเกณฑ์
ก็ถือว่าหลวงพ่อยังคงอยู่กับเรา หรืออยู่กับผู้นั้นตลอดเว
ลาเหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะว่า ธรรมที่หลวงพ่อนำมาสอนพวกเราก็คือ
โลก โลกก็คือธรรม
โดยหลวงพ่อสอนเสมอให้เราจับตัวทุกข์ตัวเดียว ให้เห็นทุกข์ตลอดเวลา
ถ้าเรายึดโลก คือ คน สัตว์ วัตถุ ต้นไม้
ภูเขาสิ่งทั้งหมดในโลกนี้ เราก็ทุกข์ตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะอะไร
เพราะโลกทั้งหมดมันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาหลวงพ่อ
เน้นอยู่เสมอว่า ถ้าเราเห็นทุกข์ เราก็เห็นธรรม และธรรมนี้แหละที่หลวงพ่อนำมาอบรมสั่งสอนเราเป็นข้อสรุปโดยตรง
เมื่อเรา
เสพธรรมตามนี้ ก็เท่ากับเราได้ฟังธรรมจากหลวงพ่ออยู่ และหลวงพ่อยังคงอยู่กับเราทุกเวลา
ไม่ได้จากไปไหน ขอยกตัวอย่าง
บางเรื่องมากล่าวไว้คือ
ช่วงที่หลวงพ่อไปสอนพระกรรมฐานในต่างประเทศ คณะศิษย์จะนำหลวงพ่อพาไปชมสถานที่ข้างนอก
ส่วนใหญ่หลวงพ่อไม่ค่อย
อยากออกไปข้างนอกเท่าไหร่ ท่านไปเป็นบางแห่ง บอกว่าไปเพื่อยืดเส้น
คลายเส้น ให้เท้ามีกำลัง ขณะเดินไปเห็นอะไร หลวง
พ่อก็จะสอนให้คิดตามเสมอ อย่างเช่น ตอนไปประเทศแถบยุโรป ตัวอย่างคือที่ประเทศอังกฤษ
เข้าไปชมในพิพิธภัณฑ์ ขณะที่
ผู้คนเดินมาดูสุสานกษัตริย์ที่ตกแต่งไว้สวยงาม ต่างก็พากันไปถ่ายรูปด้วยความชื่นชมยินดี
หลวงพ่อพูดว่า คนมันโง่มาที่นี่เห็น
ศพกษัตริย์ น่าจะเอามาคิดเป็นมรณานุสตติว่า แม้เป็นกษัตริย์
มีอำนาจวาสนาบารมีสูงส่งขนาดไหนก็ตาม สุดท้ายตายไปแล้ว
ไม่เหลือสมบัติสักชิ้นก็เอาติดตัวไปไม่ได้ แล้วควรหันมามองดูตัวเรา
ว่าสักวันหนึ่ง เราก็ต้องเป็นอย่างนี้เช่นเดียวกัน มาเห็นแล้ว
ต้องรู้จักคิด รู้จักมามองย้อนกลับดู ให้เห็นเป็นมรณานุสสติ
พวกนี้มันโง่ไม่เห็นมรณานุสติ ไม่เห็นไตรลักษณ์
ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เดินไปตลาด ผู้คนพลุกพล่าน มีเสื้อผ้าแขวนแบบตลาดโบ๊เบ๊บ้านเรา
หลวงพ่อเรียกว่าตลาดโบ๊เบ๊ เพราะ
ผู้คนเดินขวักไขว่ ต่างคนต่างรีบเดิน หลวงพ่อถามข้าพเจ้าว่าแป๊ะ
แกเห็นทุกข์ไหม ก็ยังไม่ทันจะตอบว่าอะไร หลวงพ่อก็พูดว่า
แกไม่ต้องไปดูอะไรมาก มองดูแค่ขาของทุก ๆ คนที่กำลังเดินกันอยู่ขวักไขว่ก็พอ
ขาคนนี้กำลังรีบไปทำงาน ขาคนนี้รีบไปซื้อ
ของ ขาคนนี้จะไปหาเพื่อน พอไปหาเพื่อนไม่เจอก็ผิดหวัง มีแต่ทุกข์ทั้งนั้นจากนั้นแวะเข้าร้านขายเครื่องปั้นดินเผา
เป็นร้านค้า
ค่อนข้างกว้างขวาง เครื่องปั้นดินเผาล้วน ๆ ตั้งเรียงรายมากมาย
คนขายก็หลายคน ต่างนั่งท่าทางซึม ๆ เพราะไม่ค่อยมีใครเข้า
ร้าน หลวงพ่อถามข้าพเจ้าว่า แป๊ะ แกเห็นทุกข์ไหม ตอบว่า
เห็นครับ หลวงพ่อถามว่า ทุกข์ยังไง ตอบว่า เขานั่งเซ็งกันเป็น
แถว หลวงพ่อพูดว่า นั่นมันปลายเหตุ ต้นเหตุมันเป็นยังไง
แล้วหลวงพ่อก็พูดว่า กู้เงินมาเท่าไหร่ ดอกเบี้ยส่งธนาคารเท่าไหร่
นี่ ต้นเหุตของทุกข์มันอยู่ตรงนี้
อย่างเรื่องการปฏิบัติตัวของพระภิกษุสงฆ์ในวัดท่าซุงนั้น
หลวงพ่อท่านสอนเน้นให้พระภิกษุว่าต้องมีจาคะด้วย
คือให้
มีการเสียสละแรงกาย ร่วมกันทำงานเพื่อส่วนรวมด้วย ท่านว่าถ้าทำกรรมฐานอย่างเดียว
อารมณ์จะฟุ้ง ให้ถือว่าการทำงานเป็น
กรรมฐานด้วย ท่านสอนว่า
การทำงาน ทำเพื่อปล่อย ปล่อยตัวเกาะ ตัวที่เกาะความโลภ
เกาะความโกรธ เกาะความหลง
ขณะนี้ข้าพเจ้าเอง กำลังฝึกฝนตนเองอยู่ ข้าพเจ้าระลึกถึงธรรมที่หลวงพ่อนำมาอบรมพร่ำสอนอยู่เนืองนิตย์
เพื่อมาคอยค่อย ๆ
ขัดเกลาจิตใจตนเอง และแก้ไขความมัวเมาในจิตใจของข้าพเจ้าทีละนิด
โดยไม่ท้อแท้อะไร ข้าพเจ้าถือว่าข้าพเจ้าฟังธรรม
จากหลวงพ่ออยู่ตลอดเวลา และมีความรู้สึกว่าหลวงพ่ออยู่กับข้าพเจ้าตลอดเวลา
หากท่านทั้งหลายระลึกถึงธรรม เสพธรรมตามที่หลวงพ่อได้เคยอบรม
พร่ำสอนไว้ เสพไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสพธรรมบางส่วน
เสพธรรมเล็กน้อย หรือเสพธรรมได้มากแค่ไหน ก็ถือว่าท่านทั้งหลายยังฟังธรรมอยู่กับหลวงพ่อ
และหลวงพ่อก็อยู่กับเราทุกขณะ
จิต ทุกเวลา แม้ขณะนี้ด้วย ท้ายที่สุด เนื่องในวาระครบ 10
ปีแห่งการละขันธ์ของหลวงพ่อนั้น พระคุณอันยิ่งใหญ่ของหลวงพ่อยัง
คงสถิตฝังแน่นอยู่ในดวงใจของข้าพเจ้าอย่างเปี่ยมล้น
บุญกุศลใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่อดีตชาติมาจนถึงบัดนี้ข้าพเจ้าขอเจาะจงถวายแด่พระพุทธเจ้าทุก
ๆ พระองค์ พระ
ธรรมทั้งหลาย และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งปวง
และครูบาอาจารย์ทุก ๆ พระองค์ มีหลวงปู่ปาน วัดบาง
นมโค และหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นที่สุดธรรมใดที่ทุก ๆ พระองค์
และหลวงพ่อพระราชพรหมยานบรรลุแล้ว ขอให้ข้าพ
เจ้ามีโอกาสได้เห็นธรรมนั้นในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเทอญ
จากหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม
๕
พิมพ์โดย : กาญจนา (kanjana sangjun)