สุนันทา วิทยาสุนทรวงศ์ - กายคตานุสสติและอสุภกรรมฐาน

สุนันทา วิทยาสุนทรวงศ์ - กายคตานุสสติและอสุภกรรมฐาน

ข้าพเจ้ายังจำคำสอนของหลวงพ่อที่สอนลูกทุกคนว่า “ขอลูกทั้งหลายจงอย่าถือขันธ์ 5 ของพ่อนี้เป็นสำคัญ ปฏิปทาใดที่เป็นที่ชอบ
ใจ ไม่เกินวิสัยลูก ขอลูกจงทำและจงรักษาอภิญญาสมาบัติไว้ ขณะใดที่ใจของลูกยังรักษาอภิญญาสมาบัติไว้ รักษาร่างกายกายา
ของพ่อจะสลายไป แต่ใจของพ่อยังอยู่กับใจของลูก ลูกจะไปไหนก็ชื่อว่าพ่อไปด้วย ช่วยลูกทุกประการ”

ปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว ที่ท่านพ่อได้จากข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้ารักและคิดถึงท่านพ่อมาก แม้ขันธ์ 5 ของท่านพ่อจะจากข้าพเจ้าไป แต่
ข้าพเจ้าก็มีความรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะข้าพเจ้าไปไหนก็เห็นท่านพ่อไปด้วย ช่วยลูกทุกครั้งที่มีปัญหา ยามใดที่ข้าพเจ้ามีความทุกข์
ท่านพ่อก็คอยสอนให้คลายทุกข์ ยามใดที่ข้าพเจ้าต้องการความช่วยเหลือท่านพ่อก็ชี้แนะให้ข้าพเจ้าเดิน พระคุณของท่านพ่อหา
ประมาณมิได้

อย่างเช่นเมื่อปี 2543 ข้าพเจ้ายังมีความโลภอยู่ จึงคิดจะทำงานต่ออีก 1 ปี เพื่อจะได้เงินประจำตำแหน่งและเงินเดือน ขณะที่
ข้าพเจ้าอาบน้ำอยู่เย็นชื่นใจท่านพ่อก็มาสอนว่า “รู้จักพอมีสุขลูก” ข้าพเจ้าเชื่อท่านพ่อ

ดังนั้นจึงลาออกโดยเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เมื่ออายุ 55 ปี ในเดือนกันยายน 2543 หลังจากนั้นก็มีเวลาปฏิบัติธรรมมาก
ขึ้น และในปีเดียวกัน ก่อนธุดงค์ ท่านพ่อมาให้เห็นและบอกข้าพเจ้าว่า “ปีนี้ถือศีล 8 นะลูก” เพราะเมื่อธุดงค์ปี 2542 ข้าพเจ้าถือ
ศีล 7 ข้อ คือ ยังรับประทานอาหารเย็น ปี 2543 ธุดงค์ ข้าพเจ้าจึงถือศีล 8 เคร่งครัด และไม่หิวด้วย ปรากฏว่าได้รางวัล

ในวันฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง ออกด้วยฌาณ 4 ขึ้นไปบนพระนิพพาน สว่างชัดเจนเหมือนกลางวัน ซึ่งทุกครั้งไม่เคยสว่างมากขนาด
นี้ ต่อมาเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2545 ข้าพเจ้าได้ไปนั่งสนทนาธรรมกับอาจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ กลับบ้านกลางคืนอ่านหนัง
สือธรรมของหลวงพ่อจำไม่ได้แล้วว่าเล่มไหน แต่มาสะดุดกับคำว่า “อนุโลม ปฏิโลม” ในใจ ก่อนหลับตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้ต้องถาม
อาจารย์หมอสมศักดิ์

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังนั่งรถสองแถวก็นึกถึงคำว่า กายคตานุสสติกรรมฐานแบบอนุโลม ปฏิโลม คิดไว้ว่า วันนี้จะ
ต้องถามอาจารย์ให้ได้ปรากฏว่าหลวงพ่อมาทำภาพให้เห็นอาการ 32 เกี่ยวกับร่างกายของข้าพเจ้า ตั้งแต่ต้นจนทุกอย่างสลายหาย
ไปหมดสิ้น มีแต่ความว่างเปล่า ท่านบอกว่า นี่คืออนุโลม ต่อมาจากความว่างเปล่า ทุกส่วนของร่างกายค่อย ๆ มาประกอบกันจน
เป็นกายปัจจุบันใหม่ ท่านบอกว่านี่คือปฏิโลม ข้าพเจ้าได้ถามอาจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ ในตอนบ่ายท่านบอกว่าหลวงพ่อสอนแบบ
ครบวงจร


ต่อมาเดือนสิงหาคม หลังจากสนทนาธรรมกับอาจารย์ในตอนบ่ายที่บ้านสายลม พอ 1 ทุ่ม ก็เจริญพระกรรมฐาน พอขึ้นพระนิพพาน
กราบพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรม พระอรหันต์ขีณาสพ ครูบาอาจารย์ท่านผู้มีพระคุณอันมีหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค
และหลวงพ่อเป็นที่สุด ปรากฏภาพสนเท้าพร้อมด้วยฝ่าเท้า มีนิ้วเท้าครบยื่นมาให้เห็นความสกปรกโสโครกของเท้า แล้วค่อย ๆ สูง
ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงอวัยวะเพศและก้น ปรากฏว่าข้างหน้า ก็ปัสสาวะออกมา ส่วนก้นก็ถ่ายอุจจาระออกมา ภาพเลื่อนสูงขึ้น
ไปเห็นอวัยวะภายใน ที่แสนจะสกปรกโสโครก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือด จนถึงรักแร้ ก็มีสิ่งสกปรกซึมออกมา มีกลิ่นเหม็น
มองสูงขึ้นไปจนถึงปลายผม เห็นแต่ของสกปรกโสโครก จากปลายผม มองต่ำลงมาเห็นหน้าตา ขี้ตา ขี้หู น้ำมูก รูจมูก พอถึงปาก
กลับยิงฟัน ให้เห็นขี้ฟัน เสลด น้ำลาย เห็นเข้าไปให้หลอดลม หลอดอาหาร หน้าอก หน้าท้อง เรื่อยไปจนถึงปลายเท้า ทุกอณูของร่าง
กายสกปรกโสโครก ข้าพเจ้าเห็นแล้วว่า ร่างกายนี่สกปรกจริง ๆ ชาตินี้ขอมีร่างกายอันแสนสกปรกโสโครกเป็นชาติสุดท้าย ตายเมื่อ
ใดขอไปพระนิพพานจุดเดียว

วันหนึ่งขณะนั่งในรถเมล์ ท่านพ่อก็สอนธาตุ 4 และอสุภกรรมฐานแบบครบวงจร แต่ภาพอสุภกรรมฐานนั้นทุกครั้งข้าพเจ้าจะกำ
หนดเอง โดยให้กายของข้าพเจ้านอนตาย แต่ท่านพ่อสอนเห็นกายของข้าพเจ้ายืนอยู่ แล้วธาตุลมก็หยุด ต่อมาธาตุไฟหยุด กาย
เย็น ผิวออกสีแดง ๆ ม่วง ๆ แล้วต่อมาร่างกายก็เป็นสีเขียวจ้ำ ๆ เริ่มอืดเล็กน้อย ทวารทั้ง 5 เปิดหมด มีธาตุน้ำเริ่มไหลออกมา
มีแมลงวันตอมและวางไข่ต่อมาเริ่มมีหนอนคลานบนร่างกาย หลังจากนั้นร่างกายก็พองอืดมากขึ้น มากขึ้น ลิ้นจุกปาก ตาโปน
แล้วร่างกายเริ่มพองมากจนปริออก แล้วอยู่ ๆ ท้องก็แตกออกมา หนอนคลานยั้วเยี้ยไปหมด กำลังกัดกินร่างกาย อวัยวะทั้งหมด
หลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นมีแมลงสาป ปลวก หนู สุนัข แร้ง กา ช่วยกันกัดกินร่างกายจนเหลือแต่โครงกระดูก ต่อมาเอ็นที่เชื่อม
ข้อต่อกระดูกอยู่เปื่อยเก่า กระดูกก็ร่วงลงมากองอยู่กับพื้นและกระดูกค่อย ๆ แตกออกเป็นชิ้นโต ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เล็กลง ๆ
จนกลายเป็นดิน แล้วในที่สุดทุกอย่างก็หายไปหมด เหลือแต่ความว่างเปล่า จากนั้นก็มีฝุ่นมาเกาะอยู่ที่พื้น แล้วก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งกลายเป็นกระดูกแต่ละท่อน แล้วกระดูกก็เชื่อมติดกันด้วยเส้นเอ็น ชิ้นส่วนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ มาทีละชิ้น จนกลายเป็นร่าง
กาย ขณะที่พองอืดมีรอยปริ แล้วต่อมาก็ค่อย ๆ ยุบจากอาการพองอืดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลับมาสู่ร่างกายที่เพิ่งตายใหม่ ๆ แล้ว
ธาตุไฟก็กลับมา ตัวเริ่มอุ่นขึ้น ๆ ลมหายใจก็กลับมา ร่างกายหายใจได้เหมือนเดิม

ท่านพ่อมรณภาพไป 10 ปีแล้ว ท่านยังห่วงลูก มาสอนธรรมให้ลูกของท่านเพื่อจะกวาดต้อนเด็กดื้อให้ไปพระนิพพานให้ได้ ลูกจะ
ตอบแทนพระคุณของท่านพ่อโดยตัดสังโยชน์ 3 และสังโยชน์ 10 ตัดอวิชชา 4 ให้ได้ในชาตินี้ นี่เป็นความตั้งใจ ส่วนจะทำได้แค่
ไหน รอเวลาตายเท่านั้น

จากหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๕


พิมพ์โดย : กาญจนา (kanjana sangjun)

[ Top ]